โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Wi-Fi 6 คืออะไร ? และ เทคโนโลยี Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E แตกต่างกันอย่างไร ?

Thaiware

อัพเดต 13 มี.ค. 2564 เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 01.30 น. • moonlightkz
Wi-Fi 6 หรือ IEEE 802.11ax คืออะไร ? และมีความจำเป็นขนาดไหน ในการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่รองรับมาใช้งาน และ เทคโนโลยี Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E แตกต่างกันอย่างไร ?

Wi-Fi 6 คืออะไร ?

และ เทคโนโลยี Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E แตกต่างกันอย่างไร ?

Wi-Fi Alliance ประกาศใช้ Wi-Fi CERTIFIED 6 มาตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) เราสามารถเรียกมันย่อ ๆ ว่า Wi-Fi 6 Wi-Fi 6 หรือถ้าอยากจะเรียกให้ดู Geek ขึ้นจะเรียกชื่อทางเทคนิคของมันว่า 802.11ax ก็ได้ มันเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของการเชื่อมต่อไร้สาย 802.11 หรือที่เราเรียกกันว่า Wi-Fi

ความเจ๋งของอุปกรณ์ที่ใช้ Wi-Fi 6 คือ มันสามารถรองรับการทำงานร่วมกับมาตรฐานเดิมอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) ได้ด้วย ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายของเราใหม่ทั้งหมด

Wi-Fi 6 คือ อะไร ?

เทคโนโลยี Wi-Fi 6 ไม่ใช่การเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ แต่มันเป็นการอัปเกรดจากมาตรฐานเดิม Wi-Fi 5 (IEEE 802.11ac) ทำงานบนคลื่นความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz มีการปรับปรุงเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อในเครือข่ายให้สูงขึ้น, เพิ่มประสิทธิภาพของคลื่นความถี่ (Wi-Fi Spectrum) ฯลฯ จะมีคุณสมบัติอะไรที่น่าสนใจบ้าง ลองมาดูกัน

Orthogonal Frequency-Division Multiple Access (OFDMA)

เป็นคุณสมบัติที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้แบนด์วิดท์ (ปริมาณการรับ และการส่งข้อมูลในระบบ) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการลดระยะเวลาที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลไป-กลับระหว่างตัวอุปกรณ์ และเราเตอร์ ผลก็คือทำให้เหลือแบนด์วิดท์ไว้ให้อุปกรณ์ตัวอื่นในเครือข่ายมากขึ้น

Multi-user Multiple Input Multiple Output (MU-MIMO)

Wi-Fi 6 รองรับการส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์หลายตัวภายในเวลาเดียวกัน ผ่าน 8x8 MU-MIMO โดยแบ่งแบนด์วิดท์ได้ถึง 1.2 Gbps ให้แต่ละ Client ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 ชุด (2x2) และหากใช้แบนด์วิดท์ทั้งหมด (รวมความถี่ 5 GHz) ด้วย ก็จะทำแบนด์วิดท์ได้สูงถึง 4.8 Gbps

ข้อมูลเพิ่มเติม : MU-MIMO Wi-Fi คือ อะไร ?

แบนด์วิดท์มีช่องรับส่งข้อมูลกว้างขึ้นเป็น 160 MHz.

อันที่จริงนี่ก็ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใหม่อะไร มีมาตั้งแต่ใน 802.11AC Wave 2 ที่เปิดตัวในปี 2016 ซึ่งก็สืบทอดมาใช้ต่อใน Wi-Fi 6 นี้ด้วย โดยยิ่งช่องรับส่งข้อมูลมีความกว้างมากเท่าไหร่ ปริมาณข้อมูลที่รับ-ส่งได้ก็จะยิ่งมากขึ้น รองรับกิจกรรมอย่างการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ หรือเกมระดับ 4K ได้

Target Wake Time (TWT)

เป็นคุณสมบัติที่มีบทบาทสำคัญต่ออุปกรณ์ IoT เป็นอย่างมาก โดย TWT จะอนุญาตให้เราเตอร์ของคุณ สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ในเครือข่าย และอุปกรณ์ IoT เพื่อให้รู้ว่าจะมีการเชื่อมต่อเกิดขึ้นในตอนไหน และความถี่เท่าไหร่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าในช่วงเวลานั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องการรับส่งข้อมูล มันก็สั่งพักการเชื่อมต่อเอาไว้ก่อนได้ นั่นช่วยให้ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้เยอะมาก แถมยังได้แบนด์วิดท์คืนเพิ่มมาอีกด้วย

1024 Quadrature Amplitude Modulation Mode (1024-QAM)

QAM หรือ Quadrature amplitude modulation เป็นกระบวนการส่งสัญญาณดิจิทัลที่ Wi-Fi ใช้ในการรับส่งข้อมูล ซึ่งใน Wi-Fi 6 มันสามารถส่งได้ถี่ถึง 1024-QAM เร็วกว่ามาตรฐานเดิมถึง 4 เท่า (W-Fi 5 ทำได้ 256-QAM) ทำให้การเชื่อมต่อในบริเวณที่มีอุปกรณ์แออัด อย่างเช่นห้างสรรพสินค้า หรือสนามกีฬา ทำได้ดียิ่งขึ้น

Transmit Beamforming

เป็นเทคนิคในการส่งสัญญาณ โดยแทนที่จะปล่อยคลื่นไปทั่วทั้งห้อง ก็จะบีบรัศมีให้แคบลง ยิงไปยังอุปกรณ์โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การรับส่งราบรื่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม

Wi-Fi 6 คืออะไร ? และ เทคโนโลยี Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E แตกต่างกันอย่างไร ?


ภาพจาก https://www.dolcera.com/web/blog/wifi-6-the-revolutionizer/

Wi-Fi 6E คือ อะไร ?

ทั้ง Wi-Fi 5 และ Wi-Fi 6 ทำงานอยู่บนสองคลื่นความถี่ คือ 2.4 GHz และ 5 GHz แต่ในเดือนเมษายน ปี 2020 (พ.ศ. 2563) ทางคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (Federal Communications Commission (FCC)) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มความถี่ 6 GHz ให้เข้ามาอีกหนึ่งคลื่น ซึ่งเทคโนโลยี Wi-Fi 6E ก็คือ Wi-Fi 6 ที่รองรับการทำงานของคลื่น 6 GHz นั่นเอง โดยตัว "E" ย่อมาจากคำว่า Extension ที่แปลว่า ส่วนขยาย

พูดง่าย ๆ ว่า Wi-Fi 6E คือ Wi-Fi 6 ที่รองรับคลื่น 6 GHz นั่นเอง

Wi-Fi 6 คืออะไร ? และ เทคโนโลยี Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E แตกต่างกันอย่างไร ?


ภาพจาก https://www.roadtovr.com/qualcomm-wifi-6e-fastconnect-vr-streaming-latency/

ในทางเทคนิคแล้ว Wi-Fi 6 GHz มีความเร็วสูงสุด 9.6 Gbps เท่ากับ Wi-Fi 5 GHz ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดของมาตรฐาน Wi-Fi 6 แม้ในการใช้จริง Wi-Fi 5 GHz มันจะไม่สามารถส่งได้เร็วถึงระดับนั้นก็ตาม

แต่ด้วย Wi-Fi 6 GHz ความเร็วที่เราสามารถใช้งานได้จริงจะเพิ่มขึ้นนะครับ เนื่องจากความถี่ 6 GHz ช่วยให้ช่องสัญญาณ (Channel) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีช่องสัญญาณ 80 MHz เพิ่มมาอีก 14 ช่อง และ 160 MHz เพิ่มมาอีก 7 ช่อง ทำให้ความเร็วในการใช้งานจริงสูงขึ้นกว่าเก่า ที่สำคัญ คือ ช่องเหล่านี้จะทำงานเป็นอิสระไม่ทับซ้อนกัน ช่วยลดความแออัดได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีเครือค่ายอยู่เป็นจำนวนมาก

Wi-Fi 6 คืออะไร ? และ เทคโนโลยี Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E แตกต่างกันอย่างไร ?


ภาพจาก https://www.wi-fi.org/discover-wi-fi/wi-fi-certified-6

ตารางเปรียบเทียบ Wi-Fi 4, Wi-Fi 5, Wi-Fi 6 และ Wi-Fi 6E

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของเทคโนโลยี หรือมาตรฐานของ Wi-Fi ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi 4 (802.11n), Wi-Fi 5 (802.11ac, Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Wi-Fi 6E (802.11ax)

IEEE 802.11n 802.11ac Wave 2 802.11ax 802.11ax ชื่อ (Wi-Fi 4) (Wi-Fi 5) (Wi-Fi 6) (Wi-Fi 6E) เปิดตัว (ค.ศ.) 2009 2013 2019 2020 ความถี่ 2.4 GHz & 5 GHz 5 GHz

2.4 GHz & 5 GHz

6 GHz Channel Bandwidth

20MHz, 40MHz

20MHz, 40MHz, 80MHz, 80+80MHz & 160MHz

20MHz/40MHz @2.4 GHz, 80MHz, 80+80MHz & 160MHz @5 GHz

20MHz, 40MHz, 80MHz,80+80MHz & 160MHz @6 GHz FFT Sizes

64, 128

64, 128, 256, 512

64, 128, 256, 512, 1024, 2048

Subcarrier Spacing

312.5kHz

312.5kHz

78.125 kHz

Highest Modulation

64-QAM

256-QAM

1024-QAM

Data Rates

9.02Mb/s

3.5Gb/s

9.6Gb/s (1.5Gb/s ต่ออุปกรณ์)

9.6Gb/s (2.3Gb/s ต่ออุปกรณ์)

SU/MU-MIMO-OFDM/A

SU-MIMO-OFDM

SU-MIMO-OFDM Wave 1,
MU-MIMO-OFDM Wave 2

MU-MIMO-OFDMA

อุปกรณ์ที่เป็น Wi-Fi 6 รองรับ Wi-Fi 6E หรือเปล่า ?

เทคโนโลยี Wi-Fi 6E รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์รุ่นเก่า (Backward Compatible) ทั้ง Wi-Fi 6 หรือเวอร์ชันเก่ากว่านั้น แต่ถ้าเราต้องการใช้คุณสมบัติของ Wi-Fi 6E ทั้งเราเตอร์ และอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6E ด้วย

ในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) นี้ Wi-Fi 6 ไม่ใช่เรื่องใหม่แล้ว อุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในปีนี้ส่วนใหญ่ก็รองรับ Wi-Fi 6 กันหมดแล้วแหละ แต่ในส่วนของอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6E นั้น มีแล้วแต่ยังมีตัวเลือกน้อยมาก คาดว่าน่าจะต้องรออีก 1-2 ปี ถึงจะแพร่หลาย โดยส่วนตัวคิดว่าหากต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ในเวลานี้ Wi-Fi 6E ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญมากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...