โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มีตอนจบที่ยังไม่ได้เล่า รวมมังงะที่เราอยากเอาใจช่วยนักเขียน

The MATTER

อัพเดต 27 พ.ค. 2564 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13.08 น. • Entertainment

การเสียชีวิตอย่างไม่มีใครคาดคิดของอาจารย์เค็นทาโร มิอูระ (Kentarou Miura) ผู้เขียนมังงะเรื่อง Berserk ทำให้คนอ่านมังงะแทบจะทั่วโลกได้ตระหนักว่า นักวาดมังงะแต่ละท่านนั้นทุ่มเทพลังชีวิตลงไปในการทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อให้ตกผลึกออกมาเป็นผลงานที่ดีที่สุดเท่าที่นักเขียนคนหนึ่งจะทำได้

ข่าวข้างต้นยังทำให้พวกเราระลึกขึ้นมาว่า มีนักเขียนมังงะอีกหลายที่ยังผลิตผลงานของตัวเองมาต่อเนื่องหลายปี แต่ยังไปไม่ถึงจุดไคลแมกซ์ และหลายเรื่องก็อาจจะทำให้นักอ่านหลายท่านกริ่งเกรงว่า การที่อาจารย์หยุดเขียนงานกันไปยาวๆ นั่นเกิดจากเหตุผลใดบ้าง เราขอหยิบยกเหตุผลเท่าที่เห็นได้ตามสื่อต่างๆ มาพูดคุยกันว่า อะไรทำให้ผลงานมังงะหลายเรื่องออกตอนใหม่ช้าจนชวนให้คนอ่านตกใจกัน

Chieko Hosokawa – Crest of the Royal Family

ผลงานการ์ตูนจากญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่ชาวไทยติดตามาอย่างยาวนาน และคาดหวังว่าเมื่อไหร่นางเอกของเราถึงจะกลับสู่ยุคปัจจุบันเสียทีกับ โอเคะ โนะ มอนโช หรือที่คนไทยคุ้นเคยกับชื่อ คำสาปฟาโรห์ ที่เริ่มเขียนมาตั้งแต่ตีปี ค.ศ.1976 แต่มาถึงปี ค.ศ.2020 นี้ก็ยังไม่ถึงตอนอวสานเสียที จนกระทั่งมีคนเริ่มเสวนาข่าวลือกันว่า แท้จริงแล้วอาจารย์ชิเอโกะ โฮโซกาวะ (Chieko Hosokawa) รวมถึงน้องสาว Fumin ที่ทำงานร่วมกันนั้น เสียชีวิตไปแล้ว ถ้าไม่ลือว่าเสียชีวิตทั้งคู่ก็เป็นข่าวลือว่าเสียชีวิตไปคนหนึ่ง จึงทำให้งานเขียนล่าช้า นึกพล็อตไม่ออก ฯลฯ

แต่ความจริงแล้วทั้งตัวอาจารย์ชิเอโกะ โฮโซกาวะ และอาจารย์ Fumin ที่เป็นน้องสาวยังคงมีชีวิตอยู่ และออกสื่อให้เห็นหน้าค่าตากันบ้าง อย่างเช่น ในการจัดแสดงละครเวทีมิวสิคัลที่ดัดแปลงมาจากมังงะคำสาปฟาโรห์ ซึ่งในปี ค.ศ.2021 นี้ก็จะมีการจัดแสดงอยู่ ซึ่งเราน่าจะได้เห็นอาจารย์ทั้งสองท่านออกสื่อกันอีกครั้ง

เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้คำสาปฟาโรห์ออกแต่ละตอนช้าก็เพราะเป็นงานตีพิมพ์อยู่ในนิตยสารรายเดือนเป็นทุนเดิม กอปรกับอาจารย์อาจารย์ชิเอโกะ โฮโซกาวะ ก็มีอายุอยู่ในหลัก 80 ปีแล้ว (ณ ปี ค.ศ.2021 อาจารย์มีอายุได้ 86 ปี แล้ว) และถ้าลองไปหยิบจับงานของอาจารย์ในช่วงหลายปีหลัง จะเห็นได้ว่าตัวอาจารย์เองก็พยายามรักษาคุณภาพของงานให้ไม่ตกลงกว่าสมัยที่เคยทำได้ในอดีต

ช่วง 5 ปีหลัง ทาง Akita Shoten ผู้ตีพิมพ์มังงะคำสาปฟาโรห์ในญี่ปุ่นก็ทำการตีพิมพ์มังงะเรื่องดังกล่าวเฉลี่ยปีละ 1 เล่ม และเล่มล่าสุด ณ ขณะที่ตีพิมพ์บทความ ก็คือ ฉบับที่ 66 ซึ่งวางจำหน่ายไปในช่วงเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2020 (ยังไม่นับเล่ม 0 ที่วางขายช่วงปี ค.ศ.2020 อีกด้วยนะ) ก็ต้องถือว่ามังงะเรื่องนี้ยังคงออกมาให้ติดตามอย่างต่อเนื่องอยู่

ในฐานะผู้อ่านก็ขอให้อาจารย์รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และพาเราเดินทางไปจนถึงฉากจบของความสัมพันธ์ของแครอลกับเมมฟิสกันได้อย่างราบรื่น

Suzue Miuchi – Glass Mask

คิตาจิมะ มายะ เป็นเด็กสาวผู้มีพรสวรรค์ในการเข้าถึงบทบาทตัวละคร เธอได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ทั้งยังพยายามเข้าถึงบทบาทการแสดงที่ถือว่าเป็นตำนานและยากที่สุดอย่าง 'นางฟ้าสีแดง' แต่เธอจะทำสำเร็จหรือไม่ และเรื่องราวของนางฟ้าสีแดงฉบับเต็มจะเป็นอย่างไร!

ด้านบนที่ว่าไปเป็นคำถามคาใจของผู้อ่านมังงะเรื่องหน้ากากแก้ว มาหลายปีดีดัก เพราะตัวมังงะรวมเล่มฉบับที่ 49 วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2012 และยังไม่มีการวางจำหน่ายรวมเล่มเพิ่มเติมหลังจากนั้นแต่อย่างใด

ด้วยเหตุข้างต้นจึงทำให้ชื่อของอาจารย์ซุสุเอะ มิอุจิ (Suzue Miuchi) ก็ตกอยู่ในห้วงข่าวลือว่าที่หยุดเขียนไปนั้นเพราะป่วยหรือเสียชีวิตไป แต่ถ้าเอาหลักฐานเท่าที่เห็นผ่านหน้าสื่ออาจารย์มิอุจิยังคงยังมีขีวิตอยู่ และในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น การไปเขียนบทละครเวทีนางฟ้าสีแดง หรืออย่างในช่วงปี ค.ศ.2019 อาจารย์ก็ได้เขียนหนังสือเรื่อง Mienia Chikara (พลังที่มองไม่เห็น) ที่เป็นหนังสือรวบรวมบทสัมภาษณ์ของตัวอาจารย์กับผู้ชำนาญการศิลปะด้านต่างๆ และมีการพูดถึงเรื่องเหนือธรรมชาติไว้ด้วย

ซึ่งในบทสัมภาษณ์โปรโมตหนังสือเล่มดังกล่าว อาจารย์มิอุจิก็ได้บอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวว่า ณ ช่วงเวลานี้ต้องทำการดูแลสามีที่เคยมีอาการหัวใจหยุดเต้นไปราว 23 นาที ทำให้ระบบประสาทและสมองได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ช่วงหนึ่งอาจารย์มิอุจิ ไม่สามารถเขียนต้นฉบับได้ และปัจจุบันก็ยังต้องดูแลสามีอยู่แม้ว่าจะอาการดีขึ้นมากแล้วก็ตามที

นอกจากนี้ยังมีการให้สัมภาษณ์อีกหลายที่ระบุว่า อาจารย์ตั้งใจจะวาดมังงะหน้ากากแก้วไปจนถึงตอนจบ แม้ว่าตัวนิตยสารที่เคยตีพิมพ์มังงะดังกล่าวจะปิดตัวไปแล้วก็ตาม นอกจากนั้นอาจารย์ยังมีเค้าโครงเรื่องตอนอวสานในใจไว้แล้ว แถมอาจารย์ยังมีความตั้งใจจะกลับไปเขียนภาคต่อของมังงะเรื่อง Amaterasu ที่เคยตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ.1986 - 2001 อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าอาจารย์มิอุจิยังคงมีความมุ่งมั่นอยู่ แม้ว่าอายุจะเข้าสู่หลัก 70 ปี ไปในปี ค.ศ.2021 และการเดินทางสู่บทของนางฟ้าสีแดงน่าจะถึงจุดอวสานได้ในเวลาไม่นานกว่าที่เราคาดไว้

Eiichiro Oda – One Piece

สำหรับกรณีของอาจารย์เออิจิโร โอดะ (Eiichiro Oda) แล้ว ถือว่าเป็นนักเขียนมังงะสายขยันที่หลายคนเห็นผลงานของอาจารย์อย่างต่อเนื่อง แต่เราคิดว่า แนวทางการปฏิบัติตัวของกองบรรณาธิการกับตัวอาจารย์โอดะมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ส่วนหนึ่งต้องย้อนไปก่อนว่า เมื่อครั้งที่มีการสร้างภาพยนตร์ One Piece Film Z อาจารย์โอดะเคยป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลกันมาแล้ว เพราะตอนนั้นอาจารย์ดูแลภาพรวมภาพยนตร์ และในขณะเดียวกันก็ยังคงเขียนงานมังงะรายสัปดาห์ต่อไปด้วย

จากเหตุการณ์ทางฝั่งกองบรรณาธิการของนิตยสาร Shonen Jump พบว่าอาจารย์โอดะทำงานหนัก แถมยังมีตารางชีวิตที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง อย่างการเป็นคอโคล่าคอกาแฟตัวยง ในช่วงวันเขียนต้นฉบับจะนอนแค่ 3 ชั่วโมง แถมยังไม่ค่อยออกกำลังกายแบบจริงจังเท่าใดนัก

แต่ในช่วงหลังนี้อาจารย์โอดะก็เริ่มปรับวิธีการใช้ชีวิตใหม่ ลดการดื่มเครื่องดื่มที่ชื่นชอบลง นอนเป็นเวลามากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นไฟเขียวจากทาง Shonen Jump ที่ให้อาจารย์หยุดเขียนได้มากขึ้น อย่างที่เราเห็นในปัจจุบันว่า ถ้าหากไม่มีเหตุการณ์อะไร One Piece จะทำการตีพิมพ์ 3 สัปดาห์ สลับกับการหยุด 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตามในช่วงปี ค.ศ.2020 อาจารย์โอดะก็เคยขอหยุดพักเพิ่มเติมเพื่อรักษาสภาพร่างกาย แต่ถ้าอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์อื่นๆ อาจารย์โอดะก็บอกกล่าวอยู่เป็นระยะๆ ว่าตอนนี้ One Piece เดินหน้าเข้าสู่บทอวสานแล้ว และการพักผ่อนที่เพิ่มขึ้นของอาจารย์ย่อมส่งผลดีต่อการเดินหน้าต่อของเรื่องราวการเป็นจ้าวแห่งโจรสลัดของลูฟี่อย่างแน่นอน

Gosho Aoyama – Detective Conan

หากเทียบกับนักเขียนอีกหลายท่านแล้ว อาจารย์โกโช อาโอยามะ (Gosho Aoyama) อาจจะมีข่าวป่วยไข้หรือหยุดเขียนน้อยกว่านักเขียนท่านอื่น แต่ด้วยการเขียนยอดนักสืบจิ๋วโคนันมาอย่างยาวนาน และด้วยช่วงวัยของอาจารย์ที่กำลังจะมีอายุเข้าสู่วัย 58 ปี ในช่วงเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2021 นี้ ก็ทำให้เราคิดว่า น่าจะพูดถึงการปรับตัวของอาจารย์สักเล็กน้อย

ในการปรากฏตัวออกสื่อหลายๆ ครั้งของอาจารย์โกโช อาโอยามะทำให้มีข้อมูลโดยคร่าวว่า สมัยอายุน้อยกว่านี้ในช่วงวันทำงานอาจารย์จะใช้เวลานอนเพียงแค่สามชั่วโมงต่อวันเท่านั้น แต่เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว อาจารย์ก็เป็นนักเขียนอีกท่านหนึ่งที่พยายามรักษาสุขภาพมากขึ้น เลยมีการปรับเวลาการนอนให้มากขึ้นเช่นกัน

แม้ว่าตัวกองบรรณาธิการอาจจะไม่ได้ส่งสัญญาณแรงๆ ให้อาจารย์ลาพักได้มากขึ้น แบบเดียวกับที่ทาง Shueisha ไฟเขียวให้กับอาจารย์เออิจิโร โอดะ แต่ก็เห็นได้ว่าอาจารย์ทำการหยุดเขียนได้มากขึ้น และเรื่องราวก็เดินเรื่องกระชับฉับไวขึ้น ดังนั้นคนอ่านแบบเราๆ น่าจะมีโอกาสได้เห็นตอนจบของเรื่องนี้เร็วกว่าที่คาดก็เป็นได้

Yoshihiro Togashi – Hunter X Hunter

อาจารย์โยชิฮิโระ โทงาชิ (Yoshihiro Togashi) ผู้เป็นเจ้าของผลงานเรื่อง Hunter X Hunter ที่แม้ว่าตัวงานจะเริ่มตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1998 แต่จนปี ค.ศ.2021 นี้ ยังมีฉบับรวมเล่มออกวางจำหน่ายเพียง 36 เล่มเท่านั้น และอาจารย์มีข่าวลือหลากหลายทิศทางมาก นับตั้งแต่ติดเกมออนไลน์หนักบ้าง หย่าร้างกับภรรยาบ้าง ฯลฯ แต่สุดท้ายข่าวลือเหล่านั้นก็จะลงเอยด้วยแนวคิดว่าที่ 'เพราะแบบนี้ Hunter X Hunter เลยออกช้า'

อย่างไรก็ตามหากอ้างอิงตามข้อมูลทั้งจาก Shueisha หรือคนทำงานที่เคยร่วมงานกับอาจารย์โทงาชินั้นค่อนข้างจะชัดเจนว่า ที่อาจารย์วาดงานช้าลงไม่ใช่เพราะเหตุผลจากข่าวลือข้างต้น แต่เป็นผลจากอาการปวดหลังที่เรื้อรังมาหลายปีเริ่มเป็นปัญหาใหญ่มากขึ้นระดับที่บางครั้งกระทบกระเทือนการใช้ชีวิตแบบปกติอีกด้วย

(ในกรณีข่าวลือของการหย่านั้น อาจารย์โยชิฮิโระ โทงาชิแต่งงานกับ อาจารย์นาโอโกะ ทาเกอูจิ (Naoko Takeuchi) เจ้าของผลงาน เซเลอร์มูน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 มีบุตรด้วยกันสองคน และเคยร่วมกันออกหนังสือเด็ก Oobo— Nu— Tochiibo— Nu— ในปี ค.ศ.2005 และไม่เคยมีการแจ้งข่าวออกสื่อว่าเคยมีการหย่าร้างกันแต่อย่างใด)

อีกส่วนที่เป็นการคาดการณ์ว่าทำไม Hunter X Hunter ตีพิมพ์อย่างล่าช้ากว่าปกติก็เชื่อว่า เป็นความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาสมบูรณ์และหวือหวา ระดับคนคาดการณ์ทางได้ยากของตัวอาจารย์โทงาชิเอง เมื่อรวมกับยอดขายที่ค่อนข้างดีของตัว Hunter X Hunter ฉบับรวมเล่ม ร่วมแนวทางของกองบรรณาธิการของทาง Shueisha ที่ให้อิสระให้กับนักเขียนได้มากกว่าสมัยก่อน เราก็เชื่อว่าผลงานเรื่อง Hunter X Hunter จะยังออกเรื่องราวต่อจากที่ค้างคาไว้ในลักษณะรายไม่ปกติ แต่พร้อมจะทำให้คนอ่านต้องตะลึงแบบที่เคยทำมาก่อนแล้ว

Katsura Hoshino – D.Gray Man

แฟนการ์ตูนในยุค 2000 ต้นๆ น่าจะคุ้นเคยกับผลงานเรื่อง D. Gray Man ของอาจารย์คาสึระ โฮชิโนะ (Katsura Hoshino) ที่เล่าเรื่องของศาสนจักรมืด ส่วนหนึ่งของศาสนจักรที่ไม่เปิดเผยให้คนภายนอกรู้ และหน่วยงานดังกล่าวถูกก่อตั้งมาเพื่อทำลายล้างอาคุม่าและตระกูลโนอา ที่มุ่งร้ายต่อพระเจ้าและโลกใบนี้

D.Gray Man ถือว่าเป็นการ์ตูนที่มาแรงในช่วงที่เปิดตัวและเข้าเรื่องราวองก์สำคัญ แต่การตีพิมพ์ก็มีความล่าช้าลงไปก่อนจะโยกย้ายไปตีพิมพ์ในนิตยสาร Jump Square ในช่วงปี ค.ศ.2009 จนถึงปี ค.ศ.2013 และหยุดเขียนไปสองปีครึ่ง ก่อนจะกลับมาตีพิมพ์ในนิตยสาร Jump SQ Crown และ Jump SQ Rise ที่เป็นนิตยสารรายไตรมาสในปัจจุบันนี้

เหตุผลที่อาจารย์คาสึระ โฮชิโนะเขียนงานล่าช้าลง เป็นผลพวงมาจากอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับคอและข้อมือของตัวอาจารย์ผู้เขียน ซึ่งเชื่อกันว่า มีผลกระทบมาจากในช่วงวัยรุ่นอาจารย์โหมทำงานพิเศษ จนทำให้ร่างกายอ่อนล้าเร็วกว่าที่ควรอีกด้วย อย่างไรก็ตามทาง Shueisha ได้เขยิบตารางการทำงานให้นักเขียนท่านนี้ตั้งแต่อาการป่วยเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน จนกลายเป็นนักเขียนรายเดือน และในปัจจุบันที่กลายเป็นการเขียนงานแบบไตรมาสไปในที่สุด

น่าเสียดายที่อาจารย์โฮชิโนะต้องพักฟื้นตัวเองจากอาการป่วย ไม่เช่นนั้นเราอาจจะได้เห็นนักวาดมังงะสายโชเน็นที่ผู้หญิงออกมาโลดแล่นในฝั่งนิตยสาร Shonen Jump รายสัปดาห์กันมากกว่านี้

Daisuke Ashihara – World Trigger

ขอวกมาพูดถึงอาจารย์ไดสุเกะ อาชิฮาระ (Daisuke Ashihara) เจ้าของผลงาน World Trigger ที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Shonen Jump รายสัปดาห์มาก่อนที่จะมีการโยกย้ายไปตีพิมพ์ในนิตยสารเล่มอื่นกัน

สำหรับอาจารย์อาชิฮาระน่าจะเป็นนักเขียนที่มีการประกาศผ่านสื่อชัดเจนมากที่สุดท่านหนึ่งว่า อาจารย์มีอาการของโรคกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) และอาการนั้นเริ่มรบกวนชีวิตส่วนตัวรวมถึงการทำงานเป็นอย่างมาก จนสุดท้ายทางกองบรรณาธิการของ Shueisha ก็โยกย้ายการตีพิมพ์จากนิตยสาร Shonen Jump รายสัปดาห์ ไปยังนิตยสาร Jump SQ ที่เป็นนิตยสารรายเดือนแทน

แต่ถึงจะย้ายไปตีพิมพ์ในนิตยสาร Jump SQ แล้วอาจารย์อาชิฮาระก็ยังมีการหยุดพักจากอาการป่วนอื่นๆ อยู่บ้าง เช่น ในช่วงปี ค.ศ.2019 อาจารย์ได้หยุดพักการตีพิมพ์ เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนในลำไส้อันเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกไปในช่วงก่อนหน้านั้น

โรคภัยกับผู้คนมักจะมาแบบไม่ให้ทันตั้งเนื้อตั้งตัว ก็ขอให้อาจารย์ทุกท่านยังมีสุขภาพดีกันต่อไป

Koji Inada – Beet The Vandel Buster

กลับมาที่นักเขียนรุ่นใหญ่กันบ้าง กับอาจารย์โคจิ อินาดะ (Koji Inada) นักวาดที่เป็นเจ้าของลายเส้นของมังงะเรื่อง ดราก้อนเควสท์ ได ตะลุยแดนเวทมนตร์ หลังจากที่อาจารย์รับหน้าที่วาดมังงะดราก้อนเควสท์ภาคไดจบไป อาจารย์ก็วกไปเขียนมังงะที่ตีความจากเกม Dragon Quest IV อยู่หนึ่งเล่ม และสุดท้ายก็เริ่มเขียนมังงะเรื่อง Beet The Vandel Buster ที่ตีพิมพ์ตอนแรกในช่วงปี ค.ศ.2002 ร่วมกับอาจารย์ริคุ ซันโจ (Riku Sanjo) อีกครั้งหนึ่ง

แต่ในช่วงที่ Beet The Vandel Buster เริ่มได้รับกระแสความนิยมและถูกสร้างเป็นอนิเมะออกฉาย จนน่าจะทำให้งานชิ้นนี้เป็นงานขายดีอีกงานหนึ่ง จู่ๆ ผลงานก็ประกาศหยุดตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ.2006 โดยมีเหตุผลทางการออกมาเพียงแค่ว่า อาจารย์โคจิ อินาดะที่เป็นผู้วาดภาพมีอาการป่วยและไม่สามารถทำการเขียนงานต่อได้

และข่าวของ Beet The Vandel Buster ก็หายไปราว 10 ปี (ในช่วงระหว่างนั้นอาจารย์ริคุ ซันโจก็ข้ามไปเป็นนักเขียนบทให้ผลงานเรื่องอื่นอีกด้วย) จนกระทั่งปี ค.ศ.2015 ทาง Shueisha ก็ได้แจ้งข่าวว่าอาจารย์อินาดะอาการดีขึ้นแล้ว และจะกลับมาวาดมังงะ Beet The Vandel Buster ต่อ ซึ่งสุดท้ายตัวมังงะก็เริ่มตีพิมพ์ในนิตยสาร Jump SQ Crown ในช่วงปี ค.ศ.2016 ก่อนจะย้ายไปตีพิมพ์ต่อ Jump SQ Rise ที่เป็นนิตยสารรายไตรมาสในเวลาต่อมา

กรณีของอาจารย์โคจิ อินาดะถือว่าเป็นตัวอย่างของนักเขียนรุ่นเก่าสักหน่อยที่ไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้สาธารณะชนทราบ และไม่ได้เล่นสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้คนอ่านปลายน้ำได้แต่ลุ้นกันว่า นักเขียนเหล่านั้นยังมีชีวิตปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้เห็นข่าวดีแบบที่เราเห็นจากข่าวของอาจารย์โคจิ อินาดะ

Takaya Yoshiki – Bio Booster Armor Guyver

สำหรับนักเขียนรุ่นเก่าอีกท่านอย่าง อาจารย์ทาคายะ โยชิกิ (Takaya Yoshiki) เจ้าของผลงานมังงะ กายเวอร์ อมนุษย์เกราะชีวะ ที่เริ่มตีพิมพ์มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1985 (หรือก่อน Berserk จะตีพิมพ์ตอนยาว ราว 3 ปี) และปัจจุบันก็ยังคงเดินเรื่องอยู่ แต่ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะมีคนถามเป็นระยะๆ ว่า มังงะเรื่องนี้อวสานไปแล้วหรือยัง

เหตุผลของการที่กายเวอร์กลายเป็นมังงะที่ออกล่าช้านั้นมีเหตุผลที่หลากหลายอยู่นับตั้งแต่ การที่ตัวมังงะเองเป็นผลงานที่ตีพิมพ์แบบรายเดือนมาตั้งแต่ต้น ซึ่งนั่นก็ทำให้แต่ละตอนออกมาจำนวนไม่มากนัก อาจารย์ทาคายะ โยชิกิยังย้ายการตีพิมพ์อยู่หลายครั้ง ตั้งแต่การตีพิมพ์ครั้งแรกกับทาง บริษัท Tokuma Shoten ในช่วงปี ค.ศ.1985 - 1997 แล้วตัวนิตยสารปิดตัวลง จากนั้นอาจารย์ก็หยุดเขียนงานไปราว 2 ปี ก่อนจะได้นำผลงานเรื่องกายเวอร์ไปตีพิมพ์กับทางบริษัท Kadokawa ในนิตยสาร Shonen Ace Next ในช่วงปี ค.ศ.1999

แล้วก็มีเหตุที่ตัวนิตยสาร Shonen Ace Next ต้องปิดตัวลงอีกในปี ค.ศ.2002 และกว่าตัวมังงะจะกลับมาตีพิมพ์ในนิตยาสารเล่มใหม่อย่าง Shonen Ace รายเดือน เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ปี ค.ศ.2007 แต่หลังจากนั้นตัวมังงะกายเวอร์ก็ตีพิมพ์ในนิตยสารเล่มดังกล่าวในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามเราก็ถ้ามองในแง่ดี เราก็ยังไม่ได้ยินข่าวร้ายด้านสุขภาพของอาจารย์ทาคายะ โยชิกิกัน แต่เนื่องจากอาจารย์ก็มีอายุเข้าสู่หลัก 60 ปี แล้ว จึงทำให้เราได้เห็นอาจารย์มีการหยุดพักจากการเขียนไปบ้างเป็นบางเดือน และคาดว่าอาจารย์จะยังทำหน้าที่นักเขียนที่ผลิตงานเขียนของตัวเองต่อเหมือนที่เคยมา

Kohske – Gangsta.

หากเทียบกับนักเขียนท่านอื่นที่เราหยิบมาพูดคุยกันในบทความนี้ อาจารย์ Kohske (อ่านว่า โคสุเกะ) อาจจะเป็นนักเขียนที่มีวัยวุฒิน้อยกว่าท่านอื่นๆ แต่ผลงานของอาจารย์อย่าง Gangsta. ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้ผลงานของนักเขียนรุ่นพี่ อย่างที่เห็นได้จากการที่มังงะโดนดัดแปลงเป็นอนิเมะมาแล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ตัวมังงะ Gangsta. ก็ทำการตีพิมพ์แบบรายไม่ปกติมาระยะหนึ่ง แม้ว่าอาจารย์โคสุเกะจะทำการวาดภาพลงในช่องทาง Pixiv และ Fanbox ส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง จนมีบางคนบอกว่า อาจารย์แค่ขี้เกียจทำงานเขียนมังงะและอยากหาเงินเข้ากระเป๋าโดยตรงด้วยการเปิด Fanbox ที่ผู้สนใจรับชมภาพจะต้องจ่ายเงินค่าบริการเสียก่อน

เป็นทั้งโชคดีและโชคไม่ดีที่อาจารย์โคสุเกะอ่าน-เขียนภาษาอังกฤษได้ประมาณหนึ่ง (แต่เจ้าตัวบอกว่าได้ Google Translate ช่วยเหลืออยู่) จึงทำให้อาจารย์เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวเพื่ออธิบายว่า ตัวของเธอนั้นเป็นผู้ป่วยโรคลูปัส อีริทีมาโตซัส ทั่วร่าง (Systemic Lupus Erythematosus) หรือ โรงแพ้ภูมิตัวเองที่ทำเธอสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง มีความผิดปกติที่หลอดเลือดกับอวัยวะภายใน รวมถึงมีอาการอัมพาตที่นิ้วของเธอ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเขียนมังงะได้ช้ากว่านักเขียนทั่วไปที่อายุใกล้เคียงกัน ส่วนภาพวาดที่เห็นวาดออกมาบ้างนั้นเธอระบุว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนการบำบัดอาการป่วยของเธอ

อาจารย์โคสุเกะทำการอธิบายเกี่ยวกับอาการป่วยของตัวเธอต่อสาธารณะชนได้อย่างชัดเจน แต่ในทางกลับกันก็ชวนให้คิดว่า อาจารย์ไปพบข้อความใดมา จึงจำเป็นต้องบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองมากถึงเพียงนี้

นอกจากนักเขียนที่เราหยิบมาบอกเล่ากันแล้ว ยังมีนักเขียนอีกหลายท่านที่เขียนงานมายาวนานและมีเหตุผลส่วนตัวหลายประการที่อาจจะทำให้งานของอาจารย์ท่านนั้นๆ ต้องออกช้าลง หรืออาจจะหยุดการทำงานไปเลย (อาทิ อาจารย์ Hiruta Tatsuya ผู้เขียนมังงะ ข้าชื่อโคทาโร่ เคยกลับมาวาดภาพลงในหนังสือสนับสนุนแมวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮกุ ในปี ค.ศ.2011 / อาจารย์ Kazushi Hagiwara ผู้เขียนมังงะ Bastard!! ที่หยุดเขียนผลงานตัวเองในนิตยสาร Ultra Jump แต่ยังเขียนภาพประกอบและงานอื่นๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับ Bastard!! หรืองานอื่นๆ ขายในบูธโดจินตัวเองอยู่) ที่ได้รับด้วยความหนักหน่วงทั้งด้านการคิดเรื่องราวให้ผลงานที่แต่ง การเร่งเขียนให้ทันตามกำหนดการวางจำหน่าย และยังไม่นับว่าต้องแข่งขันกกันว่าจะโดนตัดจบหรือเปล่า ถือว่าเป็นงานที่กินพลังชีวิตไม่แพ้สายงานใดๆ

แต่บุคคลที่อยู่ในสายงานนี้โดยตรง มักจะแยกชีวิตส่วนตัวออกจากการงานอย่างชัดเจน ทำให้หลายท่านไม่ได้มีโอกาสมาบอกเล่าความหนักหนาเหล่านั้น หรือต่อให้นักเขียนมังงะหลายท่านรักษาสุขภาพอย่างดีแล้ว ก็อาจจะล้มป่วยไปเงียบๆ โดยที่คนอื่นอาจจะไม่ทราบเรื่องราว จนเกิดข่าวลือแบบผิดๆ ขึ้นมาได้ ในฐานะที่ผู้เขียนก็เป็นผู้ชื่นชอบติดตามการ์ตูนมาหลายปี ก็ขอสนับสนุนผลงานของพวกเขาเท่าที่จะทำได้ และเห็นใจเหล่าผู้สร้างทั้งหลายให้รักษาสุขภาพเพื่อส่งต่อความสุขให้ผู้อ่านกันต่อไปตามความตั้งใจของแต่ละท่านครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

Anime News Network 1, 2,

Asahi

Detective Conan World

International Business Times

News.DEXclub.com 1, 2

Facebook Fanpage - Working Along

Illustration by  Kodchakorn Thammachart

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...