โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"โลตัส" เดินเครื่องยุทธศาสตร์ ปูพรมสาขา-O2O ขยายฐาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2564 เวลา 13.42 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 13.42 น.

กางแผน “โลตัส” ชิงธงค้าปลีกเมืองไทย เดินเครื่องขยายสาขา 300-400 แห่ง ชู omnichannel เสริมแกร่งแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มบริการ ทั้งบริการจัดส่ง, Chat & Collect ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โกยยอดขายออนไลน์โตต่อเนื่อง 200-300% ก่อนหนุนสินค้าชุมชน-SMEs ขึ้นห้างพยุงผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตโควิด-19

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบุคคลและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารห้างค้าปลีกโลตัส เปิดเผยว่า แผนงานของบริษัทในปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีแผนขยายเพิ่มทั้งสิ้น 300-400 แห่งในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต (ตลาดโลตัส) รวมไปถึงโมเดลใหม่อย่าง Lotus’s go fresh ที่จะมีทั้งการเปิดตัวสาขาใหม่

พร้อมทั้งทยอยรีโนเวตเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรสเดิมที่มีอยู่สู่โมเดลใหม่ Lotus’s go fresh ทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นความเป็น mini supermarket เน้นความแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วไปตรงที่มีอาหารสด ทั้งผัก-ผลไม้ เนื้อสัตว์จำหน่าย ร่วมกับสินค้าอุปโภค เพื่อบรรลุเป้าหมายยุคปัจจุบันผ่านการผสานระหว่าง O2O หรือออฟไลน์ไปออนไลน์ ควบคู่กันไปทั้งนี้ ปัจจุบันที่โลตัสมีจำนวนทั้งสิ้น 2,084 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 217 แห่ง, ไฮเปอร์มาร์เก็ต (ตลาดโลตัส) 195 แห่ง, มินิซูเปอร์มาร์เก็ต (เทสโก้ โลตัสเอ็กซ์เพรส) 1,672 แห่ง

นอกจากการขยายสาขาตามแผนดังกล่าวแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาการให้บริการทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยี new normal ต่าง ๆ เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ยังมีบริการ omnichannel เพื่อรองรับการเติบโตของออนไลน์ช็อปปิ้ง อาทิ บริการ Chat & Shop ให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้โดยตรงกับสาขาที่สะดวกใกล้บ้าน จัดส่งถึงบ้าน, บริการ Chat & Collect ลูกค้าสั่งสินค้าโดยตรงกับสาขาที่สะดวกและมารับสินค้าด้วยตนเอง เป็นต้น

พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายการทำตลาดในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาสินค้าเพื่อเข้าวางจำหน่าย พร้อมทั้งต่อยอดบริการต่าง ๆ รองรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน, บริการจัดส่งการเพิ่มจำนวนสินค้า โดยวางเป้าหมายการเติบโตในช่องทางออนไลน์ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโตกว่า 200-300% โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายมาจากช่องทางออนไลน์น้อยกว่า 5% และออฟไลน์กว่า 95%

“ช่องทางออนไลน์ของโลตัสถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ถือเป็นจุดแข็งของบริษัทที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยออนไลน์นับเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัทในการสร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า รวมทั้งมีสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ฯลฯ ที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการ

โดยปัจจุบันโลตัสมีการซื้อขายทั้งออนไลน์-ออฟไลน์มากกว่า 10 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ มีสมาชิกคลับการ์ดมากกว่า 15 ล้านราย หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากร 66 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งนั่นคือโจทย์ใหญ่ที่บริษัทจะใช้เพื่อนำมาต่อยอดการเติบโตในอนาคตผ่านทั้งออนไลน์และออฟไลน์”

นางสาวสลิลลากล่าวต่อไปว่า นอกจากการนำกลยุทธ์ omnichannel เข้ามาใช้ในการสร้างการเติบโตแล้ว บริษัทยังมีนโยบายในการผลักสินค้าเอสเอ็มอีเข้ามาวางจำหน่ายภายในศูนย์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยกับทีมงานจัดซื้อของโลตัสโดยตรงทุกหมวดหมู่สินค้าที่จำหน่ายในช่องทางของโลตัส ทั้งของสาขาทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ของโลตัส ตามแผนงานเพิ่มการรับซื้อสินค้าเอสเอ็มอีอย่างน้อย 10% ทุกปีเป็นระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงการจัดจำหน่ายให้กระชับขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถกระจายสินค้าผ่านโลตัส และมียอดขายเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยกลุ่ม SMEs สามารถนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่ายหรือจะเป็นรูปแบบการรับจ้างผลิตสินค้าให้แก่แบรนด์ Lotus’s ก็ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...