โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

 ไอเดียเจ๋ง! ชาวบ้านดอนคา นำเปลือกทุเรียนเลี้ยงด้วงสาคู หารายได้เสริมช่วงโควิด (มีคลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 พ.ค. 2564 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 08.55 น.

 ไอเดียเจ๋ง! ชาวบ้านดอนคา นำเปลือกทุเรียนเลี้ยงด้วงสาคู หารายได้เสริมช่วงโควิด

ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ทำให้ทุกอาชีพได้รับกระทบ แต่บางคนยังคงดิ้นรนสู้ด้วยลำแข้งพยายามหาแนวทาง ปรับเปลี่ยนอาชีพมาเสริมในช่วงนี้ เพื่อประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ เช่นเดียวกับ นายอำนาจ บุญสวัสดิ์ เกษตรกร หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี ที่ได้ผันอาชีพจากการเลี้ยงลูกพันธุ์ปลานิลไว้จำหน่ายประชาชนทั่วไป แต่ช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 ระบาดระลอกที่ 3 ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ มีคำสั่งซื้อลูกปลาน้อยลง จึงต้องปรับเปลี่ยนหาอาชีพเสริมใหม่ ด้วยการเลี้ยงด้วงสาคูได้ประมาณ 3 เดือนเศษ โดยมีเพื่อนสมาชิกในกลุ่มประมาณเกือบ 600 คน หันมาเลี้ยงด้วงส่งขายตามตลาดนัดนำไปทอดกรอบร่วมกับแมลงอื่น ๆ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก็สามารถจับขายส่งจำหน่ายตลาดได้แล้ว ซึ่งที่นี่ยังถือเป็นการรวมกลุ่มเลี้ยงด้วยสาคูในช่วงสถานการณ์โควิด ที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัวใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งที่กลุ่มเลี้ยงด้วงสาคูยังมีเทคนิคการเลี้ยงที่แปลก โดยนำเปลือกทุเรียนที่ไม่มีค่าถูกทิ้ง หลังจากที่แม่ค้าขายเนื้อทุเรียนไปแล้ว นำมาใส่ในกะละมัง ร่วมกับวัสดุอื่น ๆ เพื่อด้วงกิน เปลือกทุเรียนสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงได้เป็นอย่างมาก

 

นายอำนาจ บุญสวัสดิ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ กล่าวว่า ได้สืบหาการเลี้ยงจากยูทูป เริ่มเลี้ยงจาก 7 กะละมัง ซื้อมา 2,800 บาท ทดลองเลี้ยงดู พบว่าออกลูกได้เยอะมาก แม่ด้วง 5 คู่ ได้ลูกประมาณ 270 ตัว ต่อ 1 กะละมัง จึงคิดว่าด้วงสาคูน่าจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ดี จึงสั่งพ่อ-แม่พันธุ์มาอีก ครั้งแรก 300 คู่ เป็นสัตว์เลี้ยงง่าย จึงทยอยสั่งมาอีก 2,000 คู่ เลี้ยงมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เดือนแรกขายได้ประมาณกว่า 10,000 บาท เดือนที่ 2 ได้เงินกว่า 20,000 บาท และเดือนที่ 3 ได้เงิน 50,000 กว่าบาท เป็นสิ่งที่ตอบรับกับอาชีพช่วงสถานการณ์โควิด–19 อยากให้คนที่ตกงาน ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีนั้น ให้ลองมาเลี้ยงด้วงสาคูกัน ตอนนี้มีการส่งออกต่างประเทศไปที่จีน และอีกหลายประเทศที่ต้องการโปรตีนของด้วง โดยนำไปตรวจสอบแล้วที่แล็ปอยู่ที่ 28 โปรตีน เป็นด้วงสด แต่หากเป็นด้วงทอดอยู่ที่ 27 โปรตีน ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และชาวบ้านทั่วไปนำไปทอดขาย

ขั้นตอนการเลี้ยงจะใช้สาคูเป็นชุดทดลองใช้ประมาณ 4 กก. อาหารเลี้ยงสุกร 3 ขีด จุลินทรีย์ 1 ช้อนโต๊ะ กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน น้ำเปล่าประมาณ 4.7 กก. ต่อกะละมัง ใช้กาบมะพร้าวปิดส่วนหน้าด้านบน ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 4 หรือ 5 คู่ ทิ้งไว้ 20 วัน ลูกด้วงไม่ต่ำกว่า 270 – 350 ตัว ต่อ 1 กะละมัง โดย 1 กะละมังจะได้น้ำหนักประมาณ 8 ขีดถึง 1.3 กก. ลงทุนไม่เกิน 90 บาท ต่อกะละมัง ขายปลีก กก.ละ 250 บาท ขายส่ง 10 กก.ขึ้นไป กก.ละ 200 บาท หากส่งเข้าบริษัท กก.ละ 180 บาท ทางบริษัทรับไม่อั้น

ส่วนเรื่องการใช้เปลือกทุเรียนเป็นแนวคิดทราบมาว่าทางประเทศจีนใช้ทั้งลูกทุเรียนเลี้ยงด้วงสาคู โดยเห็นตามตลาดนัดได้นำเปลือกทุเรียนนำไปทิ้ง จึงนำกลับมา ใช้ประโยชน์ด้วยการเอามาเลี้ยงด้วงสาคู เริ่มเพาะพันธุ์ให้เป็นตัวก่อนแล้วจึงเริ่มเลี้ยงด้วยเปลือกทุเรียน ช่วยเรื่องการลดต้นทุนได้มาก ซึ่งไม่ใช่ราคาต้นทุนที่กะละมัง 90 บาท แล้ว แต่จะเหลือต้นทุนที่กะละมัง 50 – 60 บาท จากที่เราจะซื้ออาหารมาเป็นส่วนผสมการเลี้ยง แต่จะใช้เปลือกทุเรียนมาเป็นส่วนผสมเลี้ยงดีกว่านำไปทิ้งเสียประโยชน์ รสชาติของด้วงสาคูหากเทียบกับหนอนต่อ ด้วงสาคูจะมีรสชาติหวาน หอม มันได้ดีมาก เพราะว่าอย่างคนไม่เคยกินด้วยสาคูแล้วลองมาชิมดูติดใจทุกคน การเลี้ยงใช้เวลาประมาณ 35 – 40 วัน ช่วงเตรียมจับขายให้ล้างท้องด้วยเกลือ ใบเตย ผลไม้ทุกชนิดที่ด้วงสาคูกินได้ ทิ้งไว้ 5 – 6 ชม.แล้วจึงนำมาทอดได้

ส่วนคนที่สนใจอยากเลี้ยงจะมีชุดทดลองให้ไปเลี้ยงสัก 1 กะละมัง ถ้าชอบหรือสนใจสามารถมาซื้อไปเลี้ยงอีกได้ อยากช่วยเหลือช่วงสถานการณ์โควิดที่หลายคนไม่ค่อยมีเงิน จึงอยากช่วยลดต้นทุนให้น้อยที่สุด 1 ชุดทดลองราคา 340 บาทพร้อมกะละมัง และฝาปิด มีสาคู จุนลินทรีย์ กากน้ำตาล อาหารหมู มีแม่พันธุ์ 5 คู่ต่อ 1 กะละมัง แต่หากจะเลี้ยงขาย มีพ่อแม่พันธุ์ ราคาตัวละ 6 บาท เนื่องจากจะต้องเลี้ยง ไปในระยะ จากเดิมที่เคยเลี้ยงไว้ 40 วัน เพิ่มเลี้ยงไปอีก 15 วัน ก็จะเป็นตัวโตเข้าไปม้วยทำรังอาศัยอยู่ในใยมะพร้าว โดยตัวด้วงจะสร้างรังจากกาบใยมะพร้าวลักษณะเป็นม้วนห่อตัวเอง หากเราไม่ขายก็สามารถเลี้ยงต่อไปเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ได้อีก

ด้วงสาคูจึงถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจของกลุ่มชาวบ้านใน อ.บางแพ ที่หันมาสนใจทดลองเลี้ยงส่งออกขายตามตลาดทั่วไป เป็นสัตว์ที่มีโปรตีนสูง เมื่อนำทอดใส่ในกระทะจะมีลักษณะสีเหลืองอ่อน ลูกค้าหรือผู้ที่ชื่นชอบแมลงทอดกรอบก็บอกได้เป็นเสียงเดียวกันกันว่ารสชาติมันดี ไม่แพ้กับแมลงทั่วไปที่เคยทอดขาย ถือเป็นอีกตัวอย่างอาชีพที่ดีที่ได้ทำมาหากินสร้างรายได้ สร้างอาชีพในยุคปัจจุบัน สร้างความเข้มแข็งในกลุ่มจนประสบความสำเร็จ ผู้สนใจสามารถเข้าไปที่กลุ่มไลน์ด้วงสาคู จ.ราชบุรี กับเผือกเจริญฟาร์ม 089-5489994 และ 088-4589994

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...