โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กูรูยกให้ "ปลา 1 ชนิด" เป็นราชาปลาที่แข็งแกร่งที่สุด! ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และกระดูก

sanook.com

เผยแพร่ 25 เม.ย. เวลา 02.15 น. • Sanook
นักโภชนาการยกให้

นักโภชนาการยกให้ "ปลาแซลมอน" เป็นราชาปลาที่แข็งแกร่งที่สุด! 4 ประโยชน์ดีๆ ที่ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และกระดูก

ปลาเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญในโภชนาการเพื่อสุขภาพ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าปลาชนิดใดที่ควรกินมากที่สุด? นักโภชนาการหลายคนได้ยืนยันว่า "ปลาแซลมอน" ได้รับการยกย่องให้เป็น "ราชาปลาที่แข็งแกร่งที่สุด" เนื่องจากมีความหนาแน่นทางโภชนาการสูง โดยอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพและกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของหัวใจ สมอง และกระดูกอย่างครบถ้วน

ประโยชน์ของปลาแซลมอน

ในปลาแซลมอนมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ชนิด DHA และ EPA ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ การศึกษาพบว่า การบริโภคกรดไขมันเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดการอักเสบ และลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

4 ประโยชน์ที่ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และกระดูก

  • ดูแลหัวใจ: โอเมก้า-3 ช่วยควบคุมความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือด เพื่อปกป้องสุขภาพหัวใจ
  • ต้านการอักเสบ: เนื้อปลาแซลมอนมีสารแอสตาแซนธินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง
  • ส่งเสริมสุขภาพสมอง: โอเมก้า-3 ช่วยรักษาโครงสร้างและการทำงานของสมอง เมื่อร่วมกับวิตามินดี, ซีลีเนียม, และสังกะสี ช่วยเสริมสร้างความจำและความสามารถในการรับรู้
  • เสริมสร้างกระดูก: วิตามินดีในปลาแซลมอนช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งช่วยเสริมความหนาแน่นของกระดูก หากกินปลาแซลมอนกระป๋องพร้อมกับกระดูกปลา จะยิ่งช่วยเสริมแคลเซียมได้ดีขึ้น

ปลาแซลมอนยังไม่ใช่ตัวเลือกเดียว

นอกจากปลาแซลมอนแล้ว นักโภชนาการยังแนะนำให้บริโภคปลาชนิดอื่นๆ ในกลุ่ม "SMASH" เช่น ปลาซาร์ดีน, ปลามัคเคอเรล, ปลาซาร์ดีน, และปลาซาร์เดน ซึ่งปลากลุ่มนี้มีกรดไขมันโอเมก้า-3 และมีปริมาณโลหะหนักต่ำ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการบริโภคในชีวิตประจำวัน

iStockphoto

วิธีการปรุงอาหารให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ในการปรุงอาหาร นักโภชนาการเตือนว่า วิธีการปรุงสามารถมีผลต่อการคงรักษาคุณค่าทางโภชนาการ แนะนำให้เลือกการปรุงด้วยการอบ, นึ่ง, ต้ม หรือทอดด้วยอุณหภูมิสูงต่ำและใช้กระเทียมและมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติ การปรุงแบบนี้จะช่วยคงรสชาติและประโยชน์ทางโภชนาการของปลาไว้ ในขณะที่การทอดด้วยอุณหภูมิสูงจะทำลายกรดไขมันโอเมก้า-3 และเพิ่มแคลอรีที่ไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) แนะนำให้ผู้ใหญ่บริโภคปลา 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ โดยเลือกปลาที่มีระดับโลหะหนักต่ำและมีโอเมก้า-3 สูง อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการยังย้ำว่า การรับประทานอาหารควรมีความหลากหลายและสมดุลเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากแหล่งโปรตีนต่างๆ

แหล่งอ้างอิง

  • ETtoday
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...