โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ขานรับโมเดลค่าไฟขั้นบันได อุ้ม 14 ล้านครัวเรือน

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 เมษายน 2569 เวลา 2.17 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขานรับโมเดลค่าไฟขั้นบันได อุ้ม 14 ล้านครัวเรือน พร้อมเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานชาติ เสริมความมั่นคงภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

24 เม.ย. 2569 - นายนพเดช กรรณสูต นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (APPP) กล่าวว่า สมาคมฯ ประกาศขานรับนโยบายปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดของรัฐบาล ที่มุ่งลดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกให้เหลือ 3 บาทต่อหน่วย ครอบคลุม 14 ล้านครัวเรือน พร้อมยืนยันความพร้อมในการร่วมทำงานกับภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นอกจากนี้ สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) กำลังผลิตรวมกว่า 9,050 เมกะวัตต์ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อรองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาพลังงานของประเทศครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเร่งรัดกลไก Cost Pass-through ให้โปร่งใสและทันท่วงที, การกำหนดค่า Ft แบบ 2 กลุ่ม (2-Tier) เพื่อปกป้องผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย, การปรับโครงสร้างราคาก๊าซสู่ระบบ Single Pool Gas, การส่งเสริม Demand Response ในภาคอุตสาหกรรม และการยกระดับกลไกบริหารวิกฤตพลังงานโดยเปิดให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในคณะทำงาน

ทั้งนี้ นโยบายปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประกาศในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 โดยเฉพาะการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกที่ 3 บาทต่อหน่วย ภายใต้หลักการ "ใช้น้อยจ่ายถูก ใช้มากจ่ายแพง" นั้น สอดคล้องกับข้อเสนอของสมาคมฯ ที่ได้ยื่นต่อภาครัฐก่อนหน้า สมาคมฯ มองว่าทิศทางดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้อย่างตรงจุด ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกันการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ความสำเร็จในระยะยาวต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพลังงานอย่างรอบด้าน ทั้งการลดการพึ่งพา LNG การกระจายความเสี่ยงของแหล่งที่มาของพลังงาน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และการเสริมความมั่นคงให้ภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ

"สมาคมฯ พร้อมร่วมทำงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพื่อให้การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งนี้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน และวางรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง" นายนพเดชกล่าว

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ มองว่าการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาในระยะสั้น แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว อัตราค่าไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนจริง โปร่งใส และมีเสถียรภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น Data Center, AI Infrastructure หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งล้วนต้องการความมั่นใจด้านต้นทุนพลังงานในระยะยาวก่อนตัดสินใจลงทุน การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานที่แข็งแกร่งจึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีการลงทุนโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...