โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘วิมล’ ตอกกลับ ‘พิธา’ ตัวการทำให้สังคมตึงเครียด ปั่นป่วนวุ่นวาย คือ ‘พรรคส้ม’ อย่าโทษคนอื่น

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 00.42 น.

24 เม.ย.2569 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟสบุ๊กกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่าการเสนอแก้ไขม.112 ไม่ใช่เซาะกร่อนบ่อนทำลาย แต่คือการใช้กระบวนการรัฐสภาผ่อนความตึงเครียดของสังคม ว่า

เมื่อคนป่าคืนเมือง สังคมไทยก็อยู่กันอย่างปรกติ กระทั่งกำเนิดเสื้อแดงก็ปั่นและเสี้ยมให้สังคมแตกแยก "เอาเจ้ากับไม่เอาเจ้า"

กลายเป็นบาดแผลกว้างและลึกยากจะประสาน แม้จะมีโครงการสมานฉันท์โดยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่สำเร็จ

แผลยังไม่ทันแห้ง ก็กำเนิดพรรคส้ม เจ้าของพรรคประกาศในวันเปิดตัวพรรคว่า พรรคใดคิดไม่เหมือนพรรคตนย่อมเป็นศัตรู…

สิ่งที่พรรคส้มคิดไม่เหมือนพรรคอื่นคือ ไม่เอาเจ้า มีขบวนการสร้างใส่ร้ายเจ้ามากมาย ล้วนแต่บัดซบทั้งนั้น

พวกแกนนำส้มประกาศปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้มั่นคง และลดช่องว่างกับประชาชน ด้วยการยกเลิกมาตร 112 ตามมาด้วยจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่

แต่ใครทำให้เกิดช่องว่าง ใครทำให้เกิดความแตกแยก ที่กว้างและลึกยิ่งกว่ายุคเสื้อแดงอีก? ถ้าไม่ใช่พรรคส้มที่เป็นหัวโจก

จนศาลตัดสินว่า "เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์"

ทั้งหมดนั้นพรรคส้มคือตัวการทำให้สังคมตรึงเครียด ปั่นป่วนวุ่นวาย อย่าโทษคนอื่น

การใช้กระบวนการรัฐสภานั้นใช้กับการเสนอร่างกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่เสนอร่างกฎหมายที่ผิดรัฐธรรมนูญ

การกระทำของพรรคส้มก็เหมือนกับพวกมาเฟียที่เข้าไปข่มขู่เจ้าของกิจการเพื่อเอาเงิน "เป็นค่าคุ้มครอง"

เจ้าของกิจการอยู่อย่างปรกติมานานแสนนาน จึงสงสัยและถามว่า "คุ้มครองจากใคร"
พวกมาเฟียตอบว่า "ก็พวกกูนี่แหละ จะจ่ายไหม!"

เป็นทั้งผู้ข่มขู่และคุ้มครอง!

เมิงไม่ต้องตอแหล ไม่ต้องแถ เมิงไม่ใช่ศาล ไม่ต้องตัดสินเอง เมิงเป็นจำเลย รอศาลตัดสินแล้วกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...