โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกเดือนมี.ค. พุ่งแตะ 3.5 หมื่นล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โต 18.7% ต่อเนื่องเดือนที่ 21

Khaosod

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 08.58 น.

สนค.เผยตัวเลขส่งออกมี.ค. 69 พุ่ง 18.7% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ขณะที่ภาพรวม 3 เดือนแรกส่งออกไทย 96,169.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.6% ส่วนนำเข้า 105,646.4 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 32.4% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 9,476.6 ล้านดอลลาร์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมี.ค. 2569 พบว่า มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,087,460 ล้านบาท) ทำมูลค่าสูงสุด เป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่ร้อยละ 18.7 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 19.3

ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงระยะสั้น

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการชะงักงันของการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่สงบเริ่มส่งสัญญาณในตลาดตะวันออกกลางที่กลับมาหดตัว

ทั้งนี้ การส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 17.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0 ขณะที่ การนำเข้า มีมูลค่า 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 35.7 ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยขาดดุล 3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาพรวมการส่งออกไทยใน 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.6 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0

ขณะที่ การนำเข้า มีมูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 32.4 ส่งผลให้ดุลการค้าไทยขาดดุล 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนปัญหาตะวันออกกลาง เริ่มเห็นสัญญาณถึงผลกระทบจากการส่งออกในเดือนมีนาคมนี้ แต่ทั้งนี้ ตลาดที่ไทยส่งออกมาก คือ UAE ซึ่งก็ลดลงมาแล้ว ตลาดดังกล่าวยังเป็นปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้เนื่องจากมีความผันผวนสูง แต่ สนค. ก็มีไว้ 3 ฉากทัศน์ ในภาพการส่งออกไทยทั้งปี 2569

โดยดีที่สุด ขยายตัว 8% คิดเป็นมูลค่า 366,806 ล้านตอลล่าสหรัฐ และจากปัญหาปัจจุบันบรรเทาลงในไตรมาส 2 รวมไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตต่อเนื่องและยังเป็นห่วงโซ่อุปทานที่แท้จริง และยังสนับสนุนของการส่งออกไทย โดยเศรษฐกิจโลกยังมีความต้องการ

กรณีที่ 2 ขยายตัว 3% หรือมีมูลค่า 349,824 ล้านดอลล่าสหรัฐ ความขัดแย้งไม่กระทบเส้นทางเดือนเรือมาก การชะลอเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ไม่รุนแรงมาก ซึ่งอยู่ระดับระบได้ กรณีที่ 3 ติดลบ 3% หรือมีมูลค่า 329,446 ล้านดอลล่าสหรัฐ ความขัดแย้งปัญหาต่อเนื่อง เศรษฐกิจโลกละตัว ความต้องการชะลอตัว เงินเฟ้อสูง

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป

สำหรับแนวโน้มการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย. 2569 ก็มองไว้ 2 ปัจจัยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นปัจจัยที่การส่งออกให้ขยายตัว และอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ เรื่องเศรษฐกิจโลกจะชะลอหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อการส่งออกไทย ซึ่งก็เชื่อว่ายังขยายตัว

ส่วนในปี 2569 คาดว่าจะยังอยู่ในทิศทางที่ขยายตัวจากปีก่อน ด้วยแรงหนุนของการปรับเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์และมือถือที่รองรับการประมวลผล AI และการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการขนส่งโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่จะชะลอลง

รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินมาตราการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 1.1 (YoY) กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 10.7 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 14.0 กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน

โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 4.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และมาเลเซีย) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 4.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์) น้ำตาลทราย ขยายตัวร้อยละ 15.8 กลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย มาเลเซีย และลาว)

ขณะที่ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 250.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา) ทุเรียนสด ขยายตัวร้อยละ 14.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ฮ่องกง และไต้หวัน) ข้าวหอมมะลิ ขยายตัวร้อยละ 3.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ แคนาดา และสิงคโปร์)

ส่วนเครื่องเทศและสมุนไพร ขยายตัวร้อยละ 29.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน (ขยายตัวในตลาดปากีสถาน เนเธอร์แลนด์ และอินเดีย) และมังคุดสด ขยายตัวร้อยละ 491.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยอรมนี)

สำหรับสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัวร้อยละ 21.6 หดตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และบราซิล แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 2.0 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย)

ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 17.2 หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้) เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 5.9 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และอินเดีย แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม เมียนมา และลาว)

ขณะที่ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 30.0 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เกาหลีใต้ และฮ่องกง)

และเนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัวร้อยละ 22.8 หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดลาว ฮ่องกง และเยอรมนี) ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 2.1

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.4 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 24 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 34.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 24 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และมาเลเซีย) อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 86.4 กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า (ขยายตัวในตลาดอินเดีย เยอรมนี และญี่ปุ่น)

เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว ร้อยละ 166.6 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และเม็กซิโก) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 16.6 ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์)

สำหรับเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัวร้อยละ 35.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ อินเดีย และญี่ปุ่น) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 29.6 ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก และสาธารณรัฐเช็ก)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 3.5 หดตัวในรอบ 4 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย) เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 13.0 หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้)

เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัวร้อยละ 4.3 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน และลาว แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และเมียนมา) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัวร้อยละ 5.3 หดตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (หดตัวในตลาดเวียดนาม ซาอุดีอาระเบีย และเนเธอร์แลนด์ แต่ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ) ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกเดือนมี.ค. พุ่งแตะ 3.5 หมื่นล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โต 18.7% ต่อเนื่องเดือนที่ 21

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...