โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซูเปอร์สปอร์ต ทุ่ม 200 ล้าน รุกต่างจังหวัด-อัปเกรดสาขา เจาะลูกค้า Gen Z

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปัจจุบันกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแข่งขันหรือการออกกำลังกาย แต่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในชีวิตประจำวันของผู้คนยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมกีฬาต้องปรับตัว เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพและการใช้ชีวิตที่คล่องตัวไปพร้อมกัน

นายอเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาในปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่าราว 3.6 หมื่นล้านบาท ขยายตัวได้เพียง 1% นั้น มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยลบที่เข้ามากระทบความเชื่อมั่นและกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกระแสข่าวแก๊งสแกมเมอร์ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้กำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักโดยเฉพาะตลาดประเทศจีนหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ยังส่งผลให้ผู้บริโภคต้องโยกย้ายเม็ดเงินไปใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและชะลอการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกโดยรวม

สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท มุ่งเน้นการทำ Omnichannel อย่างสมบูรณ์แบบ ในส่วนของช่องทางออฟไลน์ เตรียมเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง คือ เซ็นทรัล ขอนแก่น (พฤษภาคม) และเซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (กรกฎาคม) พร้อมลุยโปรเจกต์ Store Transformation รีโนเวตสาขาต่างจังหวัดกว่า 10 แห่งให้เป็นโมเดล Store 3.0 เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้เทียบเท่าสาขาในกรุงเทพฯ ตามรอยความสำเร็จของแฟลกชิพสโตร์สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ที่เพิ่งทุ่มงบปรับปรุงไป 75 ล้านบาท

ขณะที่ช่องทางออนไลน์มีการเติบโตเร็วกว่าหน้าร้าน โดยปีที่ผ่านมาโตถึง 24% (หน้าร้านโต 5%) ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 14-15% ของยอดขายรวม ซึ่งบริษัทได้ลงทุนอัปเกรดระบบ Back-end เพื่อรองรับการเติบโตไว้เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงแผนการดึงแบรนด์สากลอย่าง HEAD และ FILA เข้ามาบริหาร และดันสัดส่วนสินค้าเฮาส์แบรนด์ ที่พัฒนาร่วมกับ Intersport ให้ขยับจาก 5% เป็น 10% ภายใน 5 ปี

นายอเล็กซองต์ อัมเบล

แม้ปีที่ผ่านมาตลาดค้าปลีกจะเหนื่อยจากปัจจัยลบ แต่ซูเปอร์สปอร์ตประเมินว่าหากไม่มีปัจจัยแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมัน ตลาดอุปกรณ์กีฬาน่าจะกลับมาโตได้ถึง 4% ซึ่งสูงกว่า GDP ประเทศ

ส่วนประเด็นเรื่องต้นทุนและซัพพลายเชน บริษัทยืนยันว่ายังบริหารจัดการได้ดี เนื่องจากมีการสั่งสต๊อกสินค้าล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว และซัพพลายจากทางเอเชียและจีนยังคงเพียงพอ โดยเน้นย้ำว่าจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนเพื่อไม่ผลักภาระด้านราคาไปให้ผู้บริโภค

นายเล็น เลิศสุมิตรกุล

ด้าน นายเล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ เปิดเผยถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ กีฬากลายเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ที่ผสานเข้ากับโซเชียลมีเดีย การโพสต์ภาพขณะออกกำลังกายกลายเป็นแรงบวกที่ช่วยผลักดันตลาด โดยมี 4 กลุ่มกีฬาหลักที่เป็นแกนนำการเติบโต ได้แก่

  • กลุ่มวิ่ง ที่เปลี่ยนจากการวิ่งจริงจังมาเป็นการวิ่งเชิงไลฟ์สไตล์และการเข้าสังคม
  • กลุ่มแร็กเกต (แบดมินตัน, เทนนิส) ที่รับอานิสงส์จากกระแสโอลิมปิก 2024, กลุ่มฟุตบอล ที่ได้แรงหนุนจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่และเทรนด์แฟชั่นเสื้อฟุตบอลที่ใส่ในชีวิตประจำวัน
  • กลุ่มเอาต์ดอร์และแคมป์ปิ้ง ที่ตอบโจทย์คนโหยหากิจกรรมกลางแจ้ง

เมื่ออินไซต์ลูกค้าเปลี่ยนจากการโฟกัสแค่ "สถิติและเพอร์ฟอร์แมนซ์" มาเป็นเรื่องของ "ความเป็นปัจเจก (Individual)" ซูเปอร์สปอร์ตจึงปรับกลยุทธ์การสื่อสารใหม่ภายใต้แนวคิด "Move You Move Sports"

โดย นางสาววิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด ระบุว่า บริษัทได้แบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายออกเป็น 5 เซกเมนต์ เพื่อทำการตลาดให้เฉียบคมขึ้น ได้แก่

  • Family Pillar (กลุ่มครอบครัว)
  • Urban (กลุ่มคนเมือง)
  • The Joy Replayer (กลุ่มเน้นความสนุกสนาน)
  • Performance (กลุ่มจริงจังกับสถิติ)
  • Social Explorer (กลุ่มสายโซเชียล ชอบลองสิ่งใหม่)

นอกจากนี้ยังเน้นสร้างคอมมูนิตี้อย่างจริงจัง เช่น การเปิดตัว Supersports Running Club ที่มีสมาชิกกว่า 3,500 คน พร้อมสอดแทรกแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าในอีเวนต์ต่างๆ มากขึ้น

นางสาววิยะดา บูรณะภา

นางสาววิยะดา กล่าวทิ้งท้าย ทิศทางทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ซูเปอร์สปอร์ต ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่ร้านขายเสื้อผ้าหรือรองเท้ากีฬาอีกต่อไป แต่กำลังสร้าง “Ecosystem” หรือระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ดาต้า และคอมมูนิตี้ เพื่อล็อกเป้าหมายในการเติบโตเหนือกว่าตลาดรวมอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...