อ้างเจ้าอาวาสวัย 74 ตบหัว-ทุบหลังสามเณร ปมอมเงินปัจจัย-สั่งรีดเงินทำบุญลงตู้
(3 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ร้องเรียนกรณีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งทำร้ายร่างกายสามเณร 2 รูป พร้อมด่าทอบุพการีและข่มขู่พระภิกษุ-สามเณรในโครงการบรรพชาภาคฤดูร้อนกว่า 15 ชีวิต ปมไม่ยอมส่งเงินปัจจัยเข้าตู้รับบริจาค
น.ส.ศิริวรรณ อายุ 47 ปี และ น.ส.กนกวรรณ อายุ 28 ปี ผู้ปกครองของสามเณรเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี และสามเณรบี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี พร้อมพระพี่เลี้ยง ได้นำสามเณรทั้ง 2 รูป เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สุชีพ หนูอุดม รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาโยง หลังจากถูกเจ้าอาวาสอายุประมาณ 74 ปี ทำร้ายร่างกายภายในหอฉัน
สามเณรเอ เปิดเผยว่า ถูกเจ้าอาวาสใช้ฝ่ามือทุบแผ่นหลังและตบศีรษะอย่างแรง เนื่องจากไม่ได้นำเงินปัจจัยที่ได้จากการบิณฑบาตไปใส่ตู้ตามที่สั่ง โดยตนได้ฝากปัจจัยไว้กับพระรูปหนึ่ง ทำให้เจ้าอาวาสโกรธจัดและด่าทอถึงบุพการีด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมระบุว่าปีที่ผ่านมาก็เคยถูกเจ้าอาวาสใช้ไม้ไผ่ตีจนไม้หัก ขาเขียวช้ำห้อเลือดมาแล้ว
ด้าน สามเณรบี ระบุว่า สาเหตุเกิดจากเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว โดยเจ้าอาวาสสั่งให้พระและสามเณรทุกรูปนำปัจจัยทั้งหมดหยอดใส่ตู้เพื่ออ้างว่าจะนำมาแบ่งเท่ากันในวันลาสิกขา แต่กลับมีการข่มขู่ทวงถามทุกวัน หากใครเก็บไว้ซื้อของใช้ส่วนตัวหรือขนมจะถูกทำร้ายร่างกายทันที
ขณะที่ พระกำชัย จรณธัมโม (หลวงบี) และ พระอลงกรณ์ กะตะกุโน (หลวงเจฟ) พระภิกษุที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้ข้อมูลตรงกันว่า พฤติกรรมของเจ้าอาวาสมุ่งเน้นแต่เรื่องเงินปัจจัย โดยจะเดินไล่ทวงเงินจากพระและสามเณรทุกรูปหลังกลับจากบิณฑบาต แม้แต่เงินทำบุญก้อนใหญ่หลักหมื่นบาทก็ถูกยึดไปใส่ตู้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ญาติโยมนำมาถวาย เจ้าอาวาสกลับเก็บเข้ากระสอบส่วนตัว ไม่นำออกมาแจกจ่ายให้พระหรือสามเณรตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
น.ส.กนกวรรณ มารดาสามเณรบี กล่าวปิดท้ายทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจและยอมรับไม่ได้ที่ลูกชายตั้งใจมาบวชเรียนแต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์ทารุณกรรมเช่นนี้ ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและไม่ยอมความอย่างเด็ดขาด
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์และส่งตัวสามเณรไปตรวจร่างกายที่ รพ.นาโยง พร้อมประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ยึดเมมโมรี่การ์ดกล้องวงจรปิดภายในวัดเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวและฝ่ายปกครองเดินทางไปยังวัดเพื่อขอข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาส กลับพบว่าประตูกุฎิปิดเงียบและไม่มีเสียงตอบรับจากภายในแต่อย่างใด