‘สืบตม.1’ บุกจับ ‘โรงเรียนนานาชาติเถื่อน’ ใช้ครูต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานกว่า 10 ราย
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (1 เม.ย. 69) พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก., พ.ต.ต.เจตน์ ยุทธโยธิน สว. สนธิกำลังกับฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.ประเวศ โดย พ.ต.ท.จิตติชัย รัตนวรประดิษฐ์ รอง ผกก.ป.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน นำโดย นายณฐกร จานเขื่อง นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจสอบที่โรงเรียนนานาชาติต้องสงสัย หลังได้รับเบาะแสมาว่า โรงเรียนดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตและมีครูต่างชาติสอนจำนวนมากโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
จากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนนี้ ไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนตามกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังพบว่า มีการใช้ชาวต่างชาติมาเป็นอาจารย์สอนวิชาต่าง ๆ รวมทั้งเป็นลูกจ้างภายในโรงเรียนจำนวนมาก ซึ่งหลังจากตรวจสอบเอกสารรายบุคคลแล้วพบบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานถึง 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลต่างด้าวหลายสัญชาติ อาทิ อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ไนจีเรีย เป็นต้น จึงได้จับกุมส่ง สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้เปิดสอนมานานกว่า 1 ปีแล้ว มีจำนวนนักเรียนมากกว่าร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นชั้นอนุบาลและประถมศึกษา ทางโรงเรียนได้ทำการเปิดรับสมัครนักเรียนและทำการเรียนการสอนไปก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เปิดโรงเรียน และยังใช้บุคคลต่างด้าวจำนวนมากมาเป็นครูผู้สอน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ได้เน้นย้ำว่า การจะนำเอาบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้นั้น ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเคร่งครัด ทั้งในเรื่องของวีซ่าและใบอนุญาตทำงานตามประเภทงานและพื้นที่ที่ตนเองทำงาน นอกจากนี้ กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทุกคนที่ต้องระมัดระวังในการหาโรงเรียนนานาชาติต่างๆ ที่จะนำบุตรหลานเข้ารับการศึกษา เพราะหากเป็นโรงเรียนที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเช่นนี้ โรงเรียนอาจจะถูกปิดทำการเมื่อใดก็ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียร้ายแรงทั้งกับท่านและบุตรหลานได้
ดังนั้นจึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการทำงานของบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1178 สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง.