โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกเกอร์เตือน ตลาด Private Credit สหรัฐเสี่ยงผิดนัดหนี้เพิ่ม หลัง AI กระทบธุรกิจซอฟต์แวร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

โบรกเกอร์เตือน "ตลาด Private Credit สหรัฐ" เสี่ยงผิดนัดหนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบจาก AI แม้ยังไม่เสี่ยงวิกฤตการเงินทั้งระบบ

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 23.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อุตสาหกรรมสินเชื่อเอกชน (Private Credit) ของสหรัฐกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้ที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงต่อจากนี้ โบรกเกอร์และนักวิเคราะห์หลายแห่งเตือน ซึ่งสะท้อนรอยร้าวในตลาดที่เคยเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ยอดนิยมของวอลล์สตรีทในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แม้ความตึงเครียดในอุตสาหกรรมนี้ไม่น่าจะก่อให้เกิดวิกฤตการเงินทั้งระบบ แต่นักวิเคราะห์คาดว่าการเติบโตของตลาด Private Credit จะชะลอตัว โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยี AI เริ่มกระทบธุรกิจซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่กู้เงินจาก Private Credit มากที่สุด

แรงกดดันล่าสุดเกิดขึ้นหลังบริษัทบริหารสินทรัพย์ Blue Owl จำกัดการถอนเงินของนักลงทุนจากกองทุนบางกองทุนที่เน้นนักลงทุนรายย่อย ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทปรับตัวลงแรง ขณะที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ทางเลือกขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น Apollo Global, Blackstone, Ares Management, KKR และ Carlyle Group ต่างก็ปรับตัวลดลงในช่วงเดียวกัน

แม้หุ้นบางส่วนจะฟื้นตัวหลังตลาดคาดหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิด แต่ตั้งแต่ต้นปี บริษัทการลงทุนกลุ่มนี้สูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันไปแล้วกว่า 132,000 ล้านดอลลาร์

ความเสี่ยงจากธุรกิจซอฟต์แวร์และ AI

Private Credit เติบโตอย่างรวดเร็วหลังธนาคารลดการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงหลังวิกฤตการเงินโลก โดยบริษัท Private Credit จะระดมเงินจากนักลงทุนรายใหญ่และสถาบัน แล้วนำไปปล่อยกู้โดยตรงให้กับบริษัทที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยาก เช่น บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก

ข้อมูลจาก Morgan Stanley ระบุว่า Private Credit คิดเป็นประมาณ 30% ของตลาดสินเชื่อ leveraged finance ในสหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากเพียง 13% เมื่อสิบปีก่อน

อย่างไรก็ตามความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อเริ่มเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือการล้มละลายของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ First Brands

นอกจากนี้การปรับตัวลดลงของมูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์จากความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ธุรกิจบางประเภท ยังทำให้เห็นความเสี่ยงของ Private Credit มากขึ้น เนื่องจากกองทุน Private Credit จำนวนมากมีการปล่อยกู้กระจุกตัวในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

นักวิเคราะห์ของ Barclays ระบุว่า เมื่อความเสี่ยงที่บริษัทซอฟต์แวร์จะล้าสมัยเพิ่มขึ้น โอกาสการผิดนัดชำระหนี้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ Morgan Stanley คาดว่าอัตราการผิดนัดชำระหนี้ของ Private Credit อาจอยู่ที่ประมาณ 8% ต่อปีในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ถึงครึ่งแรกของปี 2570

ไม่ใช่วิกฤตการเงิน แต่ความเสี่ยงยังมี

การที่กองทุนหลายแห่งเริ่มจำกัดการถอนเงินของนักลงทุน อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมูลค่าสินทรัพย์ ความโปร่งใส และความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของกองทุนประเภทนี้

อย่างไรก็ตาม ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เจอโรม พาวเวล ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นความเสี่ยงที่กระทบต่อระบบการเงินโดยรวม

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่าความเสี่ยงเชิงระบบยังอยู่ในระดับต่ำ ธนาคารมีความแข็งแกร่ง และความต้องการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันยังคงมีอยู่ แต่ราคาหุ้นและมูลค่ากองทุนในอุตสาหกรรมนี้อาจยังถูกกดดันต่อไป โดยMorningstar ระบุว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์หลายแห่งยังมีราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม และบางแห่งซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงถึง 15%

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...