ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่จบ ทรัมป์เผย อาจคัมแบคโจมตีอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณอาจกลับมาใช้กำลัง หากอิหร่าน “ประพฤติไม่เหมาะสม” แม้มีข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยุติปิดล้อม ด้านอิหร่านชูแผนเลื่อนคุยนิวเคลียร์ไปท้ายเกม หวังปลดล็อกสงครามและฟื้นเส้นทางพลังงานโลก แต่สหรัฐฯ ยังไม่มั่นใจในเงื่อนไขข้อตกลง
3 พ.ค. 2569- สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากทางอิหร่านมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งแม้ว่าตอนนี้เขาจะได้รับการอธิบายถึงแนวคิดของข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการรอถ้อยคำที่เป็นรูปธรรม
ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยในวันเดียวกันว่า ข้อเสนอของอิหร่านที่ก่อนหน้านี้ถูกทรัมป์ปฏิเสธนั้น คือการที่อิหร่านเปิดให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และให้ยุติการปิดล้อมของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ขณะเดียวกันจะเลื่อนการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านออกไปก่อน
ทรัมป์ ได้ระบุผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตนว่า “เขาไม่คิดว่าข้อเสนอเหล่านั้นจะเป็นที่ยอมรับได้ และอิหร่านยังไม่ได้จ่ายราคาที่มากพอ สำหรับสิ่งที่ได้กระทำลงไป”
เมื่อถูกถามว่า สหรัฐฯอาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่อยากพูดแบบนั้น ผมไม่สามารถบอกนักข่าวได้ ถ้าพวกเขาประพฤติตัวไม่ดี ถ้าพวกเขาทำอะไรที่ไม่เหมาะสม ตอนนี้เราคงต้องดูกันไป แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นได้”
ที่ผ่านมา ทรัมป์ย้ำหลายครั้งว่า อิหร่านจะต้องไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์ และเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้กล่าวว่าเขายังไม่พอใจกับข้อเสนอฉบับล่าสุดของอิหร่าน ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านพร้อมเปิดทางการทูต หากสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าที
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รอยเตอร์และสำนักข่าวอื่นรายงานว่า อิหร่านเสนอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งก่อนที่ปัญหานิวเคลียร์จะได้รับการแก้ไข โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยืนยันว่า ไทม์ไลน์ใหม่นี้ได้ถูกระบุอย่างเป็นทางการในข้อเสนอที่ส่งถึงสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางแล้ว
ทรัมป์ยังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ในมุมของมนุษยธรรมเขาไม่ได้ต้องการใช้แนวทางทางทหาร และได้บอกผู้นำสภาคองเกรสว่าเขาไม่จำเป็นต้องขออนุญาตในการขยายสงครามออกไปเกินกำหนดตามกฎหมาย เนื่องจากการหยุดยิงได้ยุติความเป็นศัตรูไปแล้ว
แม้ทรัมป์จะกล่าวซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่รีบร้อน แต่ความจริงคือ ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศให้จัดการกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งได้ทำให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซของโลกกว่า 20% หยุดชะงัก และผลักดันให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ สูงขึ้น ขณะที่พรรครีพับลิกันของทรัมป์เองก็เสี่ยงเผชิญแรงต่อต้านจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากราคาพลังงานยังสูง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ด้านสื่ออิหร่านรายงานว่า ข้อเสนอของอิหร่านมีทั้งสิ้น 14 ข้อ โดยหลักแล้วประกอบด้วย
- การถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่รอบอิหร่าน
- การยกเลิกการปิดล้อม
- การปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด
- การจ่ายค่าชดเชย
- การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
- การยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน
- และการจัดตั้งกลไกควบคุมใหม่สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อ 4 สัปดาห์ก่อน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงานโลกอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก และเพิ่มความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในวงกว้าง
โดยอิหร่านได้ปิดกั้นการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียเกือบทั้งหมด (ยกเว้นของตนเอง) มานานกว่า 2 เดือน ขณะที่เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็ได้ใช้มาตรการปิดล้อมเรือจากท่าเรืออิหร่านเช่นกัน
สหรัฐฯย้ำมาโดยตลอดว่า จะไม่ยุติสงครามนี้ หากยังไม่มีข้อตกลงที่รับประกันว่าอิหร่านจะไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่ทรัมป์ใช้เป็นเหตุผลในการเริ่มโจมตีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางการเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านก็ยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ
ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูง เผยว่า อิหร่านมองว่าข้อเสนอใหม่ที่เลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปในระยะหลัง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญเพื่อเอื้อต่อการบรรลุข้อตกลง และภายใต้ข้อเสนอนี้จะทำให้ สงครามจะยุติลง พร้อมการรับประกันว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะไม่โจมตีอีก, อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อม
จากนั้น การเจรจาในอนาคตจะมุ่งไปที่การจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยอมรับสิทธิของตนในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสันติ แม้จะตกลงระงับโครงการบางส่วนก็ตาม ภายใต้กรอบนี้ การเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์ซึ่งมีความซับซ้อนมาก จะถูกเลื่อนไปอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจามากขึ้น
อ้างอิง: reuters.com