พาวเวลส่งสัญญาณ “เฟด” ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย มองเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ
พาวเวลส่งสัญญาณ “เฟด” ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย มองเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ เมินน้ำมันแพง ชี้เป็น Supply Shock ไม่ใช่เงินเฟ้อถาวร
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 03.04 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวในการบรรยายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่า แม้ราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น แต่คาดการณ์เงินเฟ้อของตลาดยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้
พาวเวลกล่าวว่า ในระยะสั้น เฟดควรมองข้ามความผันผวนของราคาพลังงาน และมุ่งเน้นเป้าหมายหลักของธนาคารกลาง คือ การรักษาเสถียรภาพด้านราคาและการจ้างงานให้อยู่ในระดับสูง
เขาระบุว่า คาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวยังคงอยู่ในกรอบที่มั่นคง แม้ในอนาคต Fed อาจต้องพิจารณานโยบายเพิ่มเติม แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสงครามอิหร่านและผลกระทบจากมาตรการภาษี
พาวเวลยังกล่าวว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่อยู่ในช่วง 3.5%–3.75% ถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับเฟด ในการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อในช่วงนี้
หลังจากคำกล่าวของพาวเวล ตลาดการเงินได้ปรับมุมมองทันที โดยนักลงทุนลดการคาดการณ์ว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ก่อนหน้านี้ตลาดยังคาดว่ามีโอกาสมากกว่า 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านพลังงาน แต่หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์ ความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคมลดลงเหลือเพียง 2.2%
พาวเวลเตือนว่า หาก Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้ อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากนโยบายการเงินมีผลต่อเศรษฐกิจแบบล่าช้า ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมัน แต่กลับไปกดเศรษฐกิจในช่วงที่ไม่เหมาะสม
เขาอธิบายว่า Fed มักจะมองข้ามเงินเฟ้อที่เกิดจาก shock ด้านอุปทาน เช่น ราคาน้ำมัน เพราะผลกระทบมักเกิดเพียงชั่วคราว
ข้อมูลจากตลาดพันธบัตรสหรัฐยังสะท้อนว่าตลาดไม่ได้กังวลเงินเฟ้อพุ่งขึ้นมากนัก โดยอัตรา breakeven inflation ระยะ 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 2.56% และปรับลดลงในช่วง 10 วันที่ผ่านมา
ทั้งนี้วาระการดำรงตำแหน่งของพาวเวลจะสิ้นสุดในกลางเดือนพฤษภาคม โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด เป็นประธาน Fed คนต่อไป อย่างไรก็ตาม การรับรองตำแหน่งยังล่าช้า เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่
ในด้านเสถียรภาพการเงิน พาวเวลกล่าวถึงตลาดสินเชื่อเอกชน (Private Credit) มูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ว่ากำลังเริ่มมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น นักลงทุนบางส่วนถอนเงินลงทุน และมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงในระบบการเงิน
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงที่อาจลุกลามไปกระทบระบบธนาคาร และมองว่าสถานการณ์เป็นเพียงการปรับฐานของตลาด มากกว่าจะเป็นวิกฤตการเงินครั้งใหญ่
อ้างอิง : cnbc.com