โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์ชาติหลักไหน จะขึ้น คง หรือ ลดดอกเบี้ยในปี 2026

Finnomena

เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 06.51 น. • MacroView

แล้วแบงก์ชาติหลักของโลกก็ประชุมเสร็จสิ้นกันหมดแล้ว ณ ไตรมาสแรกของปี 2026 ผลประชุมโดยส่วนใหญ่เลือกจะคงดอกเบี้ย เนื่องจากอยู่ในโหมด Wait and See ภายใต้สงครามอิหร่านกับสหรัฐที่ยังไม่จบลง โดยมีธนาคารออสเตรเลียเท่านั้นที่ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 25 bp จากปัจจัยด้านอุปสงค์ที่สูงกว่าคาดจนอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย แถมด้วยความไม่แน่นอนด้านอุปทานจากสงคราม

บทความนี้ จะขอคาดการณ์แนวโน้มของแบงก์ชาติหลักโลกว่าน่าจะ Move ถัดไป อย่างไรกันบ้าง?

เริ่มจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด คงต้องบอกว่าในบรรดาธนาคารกลางหลักที่ประชุมในเดือนนี้ เฟดถือเป็นแบงก์ชาติที่มีท่าทีออกไปทางผ่อนคลายหรือ Dovish ที่สุด โดยประธานเฟด เจย์ พาวเวล ออกตัวว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงออกมาในโทนที่นโยบายการเงินตึงตัวเล็กๆ รวมถึงย้ำว่าอัตราเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมาตอนนี้ อาจจะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเฟดอาจจะสามารถมองข้าม (look through) ได้ นอกจากนี้ Dot plot ที่แสดงความเห็นต่อระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสมาชิกเฟด 19 ท่าน ยังออกมาว่าความเห็นส่วนใหญ่ต้องการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

ที่สำคัญ ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช มีกำหนดการจะเข้ามาดำรงตำแหน่งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ หากว่าสามารถผ่านการรับรองจากวุฒิสภา ซึ่งแน่นอนว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ย้ำกับวอร์ชว่าให้เฟดลดดอกเบี้ย โดยการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนนี้นั้น น่าจะเป็น deadline ที่วอร์ชน่าจะลดดอกเบี้ยก่อนวันดังกล่าว ทำให้ผมมองว่าเฟดน่าจะลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ สก็อตต์ เบสเสนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยังเปรยว่าจะให้เฟดต้องรายงานความก้าวหน้าในการทำงานของตนเอง (Open Letter) มายังกระทรวงการคลัง เหมือนกับที่ธนาคารอังกฤษทำมาตั้งแต่ปี 1998 ยิ่งทำให้โอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ยิ่งสูงขึ้นไปอีก

หันมาพิจารณาธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบีกันบ้าง ในภาพรวม การประชุมของอีซีบีค่อนข้างจะออกมาในแบบที่อยากจะให้รอดูสถานการณ์สงครามนี้ไปก่อน แล้วจะฟันธงการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบหน้า อย่างไรก็ดี มี 2 ปัจจัยที่ส่งสัญญาณว่า อีซีบีน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ คือ หนึ่ง ฉากทัศน์ที่ประธานอีซีบีวาดไว้เกี่ยวกับสงครามมี 3 ฉากทัศน์ โดย 2 ใน 3 ฉากทัศน์ดังกล่าว เป็นการขึ้นดอกเบี้ยเพียงแต่ว่าขึ้นมากหรือน้อยในแต่ละฉากทัศน์ดังกล่าว และ สอง ประธานอีซีบีมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ 2% ถือว่ายังสามารถขึ้นไปได้อีกหากจะให้อัตราดอกเบี้ยไปสู่จุดที่เหมาะสม หรือ Neutral Rate นอกจากนี้เศรษฐกิจยุโรปในตอนนี้ น่าจะถือว่าดีกว่าตอนเริ่มสงครามรัสเซียกับยูเครนในปี 2022 ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด จึงน่าจะมีแรงทนทานต่อการขึ้นดอกเบี้ยได้พอสมควร

ทำให้ผมมองว่า Default Mode ของอีซีบีในรอบนี้ คือ ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง และมีโอกาสไม่น้อยที่จะขึ้นดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปีนี้อีกด้วย นอกจากนี้ การพึ่งพาพลังงานจากต่างชาติเป็นอย่างมาก ทำให้อีซีบีจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของราคาพลังงานที่ส่งผลเชิงลบต่อระดับราคาเป็นอย่างมากต่อเศรษฐกิจยุโรป

มาถึงคิวแบงก์ชาติอังกฤษกันบ้าง ต้องบอกว่าในบรรดาแบงก์ชาติหลักของโลก ธนาคารกลางอังกฤษมีท่าที Hawkish หรือกังวลต่อเงินเฟ้อมากที่สุด ดูได้จากระดับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรอังกฤษที่พุ่งสูงขึ้นกว่าชาติอื่นหลังการประชุมนโยบายการเงินเสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความที่วงจรวัฏจักรนโยบายการเงินของอังกฤษถือว่า หากไม่เกิดสงครามใหญ่ในรอบนี้ขึ้นมาเสียก่อน คือต้องลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง กอร์ปกับผู้ว่าการแบงก์ชาติอังกฤษออกมาแก้ตัวว่าตลาดประเมินท่าทีของเขา Hawkish ในวันประชุมเกินความจริงไป ทำให้ผมมองว่าแบงก์ชาติอังกฤษน่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ หรือ หากว่าสงครามจบก่อนกลางเดือนเมษายนนี้ ผมมองว่าแบงก์ชาติอังกฤษน่าจะคงดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่า

คงต้องยอมรับว่า Move ถัดไปของแบงก์ชาติอังกฤษดูออกจะคาดการณ์ได้ลำบากกว่าชาติอื่นๆ

ท้ายสุด แบงก์ชาติญี่ปุ่นหรือบีโอเจ จากผลประชุมบีโอเจในเดือนนี้ น่าจะมองได้ว่าโอกาสที่บีโอเจจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายนมีสูงกว่า 70% จากท่าทีเดิมก่อนสงครามของบีโอเจโดยรวมที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยของตนเองอยู่ในระดับปกติก่อนกลางเดือนนี้เป็นทุนเดิม นอกจากนี้ ภาวะสงครามใหญ่ในตอนนี้ ยิ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมเป็นต้นไปน่าจะสูงขึ้นกว่าคาดการณ์เดิมอีก จึงมีโอกาสสูงมากที่การประชุมบีโอเจในเดือนหน้า คาซึโอะ อูเอดะ ผู้ว่าบีโอเจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bp แม้ทางฝั่งการเมืองอาจจะอยากให้คงดอกเบี้ยเพื่อทำให้ต้นทุนของหนี้ภาครัฐไม่สูงมากเกินไปจากการที่ได้ทำงบประมาณไว้ค่อนข้างก้อนโตกว่าในอดีตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนในช่วงก่อนหน้า

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ, CFP

MacroView, macroviewblog.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...