โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนส่งทางบก เล็งขึ้นค่าโดยสาร รถประจำทางสาธารณะ ให้ผู้ประกอบการอยู่รอด

Khaosod

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 09.13 น.

ขนส่งทางบก เล็งขึ้นอัตราค่าโดยสาร รถประจำทางสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอด โดยเตรียมข้อมูลเสนอต่อ รมว.คมนาคม

30 มี.ค. 69 - ที่กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึง แนวทางการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ว่าปัจจุบันรัฐบาลได้พยายามสนับสนุนค่าพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่ ช่วงที่ผ่านมาเคยอุ้มถึงลิตรละ 20 บาท จนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16-17 บาท เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันยังมีความผันผวนสูงและไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ชัดเจน ทำให้เกิดการตัดสินใจระหว่างการลอยตัวตามกลไกตลาด หรือ "พยุงราคา" ซึ่งทางขนส่งทางบก จึงต้องวางมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

สำหรับมาตรการดูแลรถบรรทุก เตรียมออกมาตรการราคามาตรฐานควบคุม เพื่อป้องกันการปรับราคาขนส่งที่สูงเกินควรโดยอาศัยจังหวะน้ำมันแพง ซึ่งใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามค่า K (Escalation Factor) ของกรมทางหลวง เพื่อให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานว่าหากน้ำมันขึ้น 10% ค่าขนส่งควรปรับขึ้นในสัดส่วนเท่าไหร่ และหากราคาน้ำมันปรับตัวลง ราคาขนส่งก็ต้องลงตามเกณฑ์มาตรฐานเช่นกัน

ขณะที่รถโดยสารสาธารณะ ทางขนส่งทางบกได้เตรียมข้อมูลเสนอต่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เพื่อขออนุญาตปรับขึ้นค่าโดยสารให้ผู้ประกอบการอยู่รอด

โดยจะเป็นการปรับอัตราในลักษณะขั้นบันได ขยับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร เพิ่มขึ้น 5 บาท, 200 กิโลเมตร เพิ่ม 10 บาท, และ 300 กิโลเมตร เพิ่ม 15 บาท ระยะทาง 400 กิโลเมตร ปรับขึ้น 20 บาทเป็นต้น เพื่อให้การปรับราคาเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่กระทบต่อประชาชนมากเกินไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขนส่งทางบก เล็งขึ้นค่าโดยสาร รถประจำทางสาธารณะ ให้ผู้ประกอบการอยู่รอด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...