โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“AEO” เกมใหม่ธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่แค่ถูกค้นหา แต่ต้องถูก AI เลือก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ออนไลน์ทราฟฟิกบนเว็บไซต์ธุรกิจทั่วโลกหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจาก AI ทำให้ผู้ใช้ได้คำตอบทันที โมเดล SEO แบบเดิมจึงไม่เพียงพออีกต่อไป ธุรกิจต้องเร่งปรับสู่ AEO/GEO ให้คอนเทนต์ของตัวเองถูก AI เลือกไปใช้เป็นคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเพิ่มรายได้ โอกาสทางธุรกิจ และการเติบโต

การมาถึงของ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของการ “เสิร์ชหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต” จากเดิมที่ธุรกิจพยายามพาตัวเองขึ้นไปปรากฏอยู่ในผลของการค้นหาบนเสิร์ชเอนจินอย่าง Google เพื่อให้ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าและบริการของตัวเอง ยิ่งมีคนเข้าเว็บไซต์ของธุรกิจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเชื่อมโยงไปสู่การเพิ่มรายได้ โอกาสทางธุรกิจ และการเติบโต

แต่การมาของ AI ได้เปลี่ยน “พฤติกรรมการค้นหาของผู้บริโภค” อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ใช้จำนวนมากเลือกที่จะใช้ AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini ที่ฝังอยู่ในตัวเสิร์ชเอนจิน เพื่อให้ได้คำตอบทันทีโดยไม่ต้องคลิกเข้าไปดูข้อมูลที่เว็บไซต์ใด ๆ เลย

สถานการณ์นี้กระทบโดยตรงต่อโมเดลธุรกิจของบริษัททั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจที่ก่อนหน้านี้ต้องพึ่งพาทราฟฟิกจากเสิร์ชเอนจินเป็นหลัก เพราะเมื่อ “AI มา ออนไลน์ทราฟฟิกที่เคยมหาศาลก็หายไป”

สำนักข่าว BBC ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดล้วนมีมุมมองที่ตรงกันว่า สิ่งที่ธุรกิจต้องรีบปรับตัวตอนนี้คือ “การทำให้ตัวเองปรากฏอยู่ในคำตอบของ AI” ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Answer Engine Optimisation (AEO) หรือบางครั้งเรียกว่า Generative Engine Optimisation (GEO)

AEO และ GEO นั้นคือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับในเครื่องมือ AI เช่น AI overview หรือเครื่องมืออย่าง ChatGPT เทคโนโลยีเหล่านี้พัฒนาขึ้นจากระบบ AI ที่เรียกว่า Large Language Models (LLMs) หลายบริษัทจึงใช้ AEO ควบคู่กับ Search Engine Optimisation (SEO) ซึ่งเน้นการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบนเสิร์ชเอนจิน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ HubSpot ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการตลาดในอเมริกา ที่ต้องสูญเสียผู้เข้าชมกว่า 140 ล้านครั้งในปีเดียว สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่บริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกระแทกจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ได้

Kipp Bodnar ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ HubSpot ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “ในอดีตเวลาค้นหาข้อมูลบนเว็บ อาจต้องคลิกหาข้อมูลหลายลิงก์ แต่ตอนนี้ทุกคนหันไปใช้ AI มากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ของทั้งโลกได้แทบทันที

ขณะเดียวกันเสิร์ชเอนจินก็เพิ่มฟีเจอร์ “AI overview” ไว้ด้านบนของผลการค้นหา ซึ่งมักทำให้ผู้ใช้ได้คำตอบทันที โดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์อื่น สิ่งนี้ทำให้อัตราการคลิก (click-through rate) ของการค้นหาที่มี AI overview ลดลงประมาณ 60% ถึง 70%”

เขายังบอกว่า เวลานี้บริษัทต่าง ๆ ต้องพยายามหาวิธีทำให้ตัวเองปรากฏอยู่ในคำตอบที่ AI สร้างขึ้นให้ได้ เพราะ AEO หรือ GEO ช่วยเพิ่ม conversion rate และคุณภาพของผู้เข้าชมที่เข้ามาหาได้ และเขายังให้มุมมองด้วยว่า “ธุรกิจที่ต้องการจะแข่งขันได้ในอนาคต จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่อง AEO และ GEO อย่างจริงจัง”

Kipp Bodnar เน้นว่า สิ่งสำคัญที่ธุรกิจต้องเข้าใจคือ พฤติกรรมการค้นหาที่กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยพิมพ์ไม่กี่คำใน Google แต่การค้นหาด้วย AI นั้น ผู้ใช้พิมพ์ยาวระดับ 40-60 คำ นั่นบ่งชี้ถึงความต้องการผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงอย่างมาก

เขายกตัวอย่างบริษัทให้เช่ารถบ้านในนิวซีแลนด์ ที่จุดเริ่มต้นอาจมากจากการที่ผู้ใช้ถาม AI ให้ช่วยวางแผนทริปสำหรับครอบครัว 5 คนแบบครบถ้วน รวมถึงโอกาสในการได้เห็นสัตว์ที่ชื่นชอบ และ

เพื่อให้ถูกอ้างอิงในคำตอบ บริษัทนี้อาจต้องเผยแพร่บทความเกี่ยวกับสัตว์ยอดนิยมในนิวซีแลนด์สำหรับเด็ก โดยเขียนด้วยภาษาธรรมชาติที่สอดคล้องกับคำถามของผู้ใช้งาน เพื่อให้ได้ปรากฏอยู่ในคำตอบของผู้ใช้

สิ่งนี้ทำให้ HubSpot ปรับตัวอย่างรวดเร็ว แม้ที่ผ่านมา Hubspot จะมีคอนเทนต์เชิงลึกที่อธิบายผลิตภัณฑ์และบริการอยู่แล้ว แต่ปัจจุบัน AI สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด นั่นจึงทำให้โครงสร้างของคอนเทนต์เปลี่ยนไป กลายเป็นคอนเทนต์ชิ้นเล็ก ที่เอื้อให้ AI นำไปใช้ได้ง่าย เช่น หากมีคนถามเกี่ยวกับฟีเจอร์จัดการรายชื่อลูกค้า ตัว AI ก็สามารถค้นหาข้อมูลเฉพาะส่วนนั้นได้ทันที

Kipp Bodnar บอกกับ BBC ว่า ปัจจุบัน AI เป็นแหล่งที่มาของผู้เข้าชมเว็บไซต์ HubSpot ประมาณ 7%- 12% ในแต่ละเดือน และเขาเชื่อว่าจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต

ด้าน Ann Lowe หัวหน้าฝ่าย PR และการสื่อสารของ Spice Kitchen บริษัทขายเครื่องเทศสำเร็จรูป ก็มีมุมมองในทางเดียวกัน โดยเน้นว่าหากต้องการอยู่รอด การปรับตัวเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ พร้อมบอกว่าขณะนี้ Spice Kitchen กำลังสร้าง “content cluster” เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การค้าเครื่องเทศ เพื่อสนับสนุนสินค้าใหม่

“เราต้องการดูว่าจะสามารถเข้าถึง AI search bots ได้ด้วยคอนเทนต์แบบนี้หรือไม่ มันจะไม่ใช่หน้าร้านขายของ แต่จะมีลักษณะคล้ายคอร์สเรียน สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูล และในระหว่างนั้นก็ได้รู้จักแบรนด์ของเราไปด้วย โดยเราทำงานร่วมกับบริษัทเอเจนซีอย่าง Lumos Digital อย่างใกล้ชิด”

Nathan Pearson ผู้ร่วมก่อตั้ง Lumos Digital บอกกับ BBC ว่า “ในอดีตเราจะปรับแต่งหน้าสินค้าเพื่อดึงลูกค้าในช่วงที่เขาพร้อมซื้อ แต่ตอนนี้โฟกัสกำลังเปลี่ยนไปสู่ช่วงการค้นคว้าและการตัดสินใจ และต้องชนะใจลูกค้าในจุดนั้น”

เขาแนะนำให้บริษัทเผยแพร่ “คู่มือการซื้อ” เช่น หากมีไกด์เกี่ยวกับรองเท้าวิ่งระยะไกล ควรมีการจัดอันดับสินค้าอย่างชัดเจน และมีตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะ AI ชอบคอนเทนต์ลักษณะนี้

Andy Pickup ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลของ MKM Building Supplies บริษัทค้าส่งและค้าปลีก วัสดุก่อสร้างในสหราชอาณาจักร กล่าวกับ BBC ว่า “ผู้คนเข้ามาที่เว็บไซต์น้อยลงอย่างมาก เพราะได้คำตอบจาก AI แล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องเข้ามาอ่านบทความในเว็บไซต์ของเรา เช่น วิธีติดตั้งหญ้าเทียมหรือเรื่องอื่น ๆ อีกต่อไป และหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป เราอาจเห็นทราฟฟิกเว็บไซต์ลดลงจนแทบไม่เหลือ”

“เราต้องทำให้แน่ใจว่า เมื่อผู้คนค้นหาคำตอบเกี่ยวกับงานก่อสร้าง โมเดล AI เหล่านี้จะอ้างอิงถึงเรา ไม่ใช่คู่แข่ง” เขาย้ำถึงความสำคัญในการทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องถูกเลือกไปอ้างอิงในผลลัพธ์ของ AI และหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้าร้าน เพื่อรับคำแนะนำจากพนักงานได้โดยตรง

Andy Pickup ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า แม้ Google จะยังเป็นเสิร์ชเอนจินหลัก แต่สำหรับเขาแล้ว ตัว AI อย่าง ChatGPT กลับส่งทราฟฟิกเข้ามามากกว่าฟีเจอร์ AI ของ Google สิ่งนี้ถือเป็รการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพฤติกรรมการเลือกใช้แอปของผู้ใช้ เพราะผู้ใช้ตั้งใจเลือกที่จะไม่เข้า Google แม้ว่าจะมี AI ในตัว แต่กลับไปใช้ ChatGPT แทน

สิ่งที่ MKM ทำคือการปรับไปใช้กลยุทธ์เชิงรับ โดยสร้างบทความเกี่ยวกับสินค้าขายดี เพื่อให้ AI นำไปอ้างอิง คล้ายกับการทำ SEO โดยต้องวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ และต้องทำให้ LLM มีข้อมูลครบถ้วนเพื่อสร้างคำตอบที่สมบูรณ์ ดังนั้นคอนเทนต์จึงไม่ได้เป็นแค่การพูดถึงสินค้า แต่ต้องอธิบายว่าสินค้านั้นช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ผู้ใช้ได้

เขายังบอกอีกว่า สำหรับเสิร์ชเอนจินแบบเดิม สิ่งสำคัญคือคีย์เวิร์ด แต่ในยุค AI ธุรกิจต้องทำให้ AI สามารถเข้าใจความหมายของเนื้อหาได้ง่าย ดังนั้น หน้าเว็บไซต์ใหม่ของ MKM จึงมีทั้งบทสรุป รายการแบบ bullet และคำถามที่พบบ่อย (FAQ) โดยหัวใจคือการทำให้คอนเทนต์ชัดเจน กระชับ และเข้าใจง่าย

เบื้องหลังยังมี site map เพื่อช่วยให้ AI bot สามารถนำทางภายในเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ในช่วงปีที่ผ่านมา ทราฟฟิกจาก AI ของ MKM เพิ่มขึ้นจากแทบไม่มีเลย เป็นระดับเลขสองหลัก และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ผู้ใช้ที่มาจากการใช้ AI ยังมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้ามากกว่าผู้ใช้จากเสิร์ชเอนจินอีกด้วย

สิ่งที่ภาคธุรกิจบอกกับ BBC สะท้อนภาพที่สำคัญคือ

ต่อไปการแข่งขันจะวัดกันที่ “ใครมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และ AI เลือกใช้” ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจาก SEO สู่ AEO จะไม่ใช่แค่การปรับเทคนิคการตลาด แต่ถือเป็นการเปลี่ยนสมรภูมิการแข่งขัน จากหน้าผลการค้นหาไปสู่การเป็นคำตอบที่ AI ให้กับผู้ใช้ สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้อาจมองได้ว่า “ธุรกิจที่จะอยู่รอดได้นั้น แค่ถูกค้นหาเจอยังไม่พอ แต่ต้องถูกเลือกให้เป็นคำตอบด้วย

มาปลุกสกิล AI ด้านการเงิน–การลงทุน เตรียมพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจยุค AI คว้า “โอกาสสร้างความมั่งคั่ง” และ “โอกาสเติบโตทางธุรกิจ” ใน งาน “มหกรรมการเงิน Money Expo 2026” วันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ธีม “AI Wealth Creation” งานเดียวที่รวมทุกคำตอบของการสร้าง Wealth ไว้อย่างครบถ้วน พบเวทีสัมมนาเข้มข้นจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศที่พาคุณเข้าใจ AI แบบใช้งานได้จริง พร้อมผลิตภัณฑ์ทางการเงินและนวัตกรรมการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและยกระดับการลงทุนไปอีกขั้น

อ้างอิง : www.bbc.com , www.hubspot.com , www.spicekitchenuk.com , mkm.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...