โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“บิ๊กเต่า” โต้เดือด! ปม “โทน บางแค” ร้องเรียน ยันไร้ข่มขู่–คอมมิชชั่น พร้อมชี้คดีฉ้อโกงพันล้าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 11.01 น.

“บิ๊กเต่า” โต้เดือด! ปม “โทน บางแค” ร้องเรียน ยันไร้ข่มขู่–คอมมิชชั่น พร้อมชี้คดีฉ้อโกงพันล้าน

วันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีที่ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และ สน.พหลโยธิน โดยกล่าวหาว่าถูกข่มขู่และกรรโชกทรัพย์

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตน เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วาระการแต่งตั้งประจำปี 2569 จึงเตรียมปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาดำเนินการฟ้องกลับ ทั้งนี้ยืนยันว่าเป็นสิทธิของนายโทนที่จะร้องเรียน

สำหรับที่มาของคดีดังกล่าว ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2568 มีผู้เสียหายรายหนึ่ง หรือ “มาดามเก่ง” เข้าร้องขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าถูกกลุ่มเซียนพระรวม 9 คน ซึ่งมี “โทน บางแค” รวมอยู่ด้วย หลอกลวงซื้อขายพระเครื่องในลักษณะฉ้อโกง สร้างความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท

พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา จะเริ่มจากการขอเช่าพระเครื่องมูลค่าสูง เช่น 10 ล้านบาท โดยใช้เช็คค้ำประกัน แล้วนำพระไป ก่อนจะมีอีกกลุ่มเข้ามาเสนอเช่าพระในราคาที่สูงกว่า พร้อมใช้เช็คค้ำประกันเช่นกัน จากนั้นทั้งสองกลุ่มจะสร้างสถานการณ์ทะเลาะกัน ก่อนนำพระไปจำนำในราคาสูงถึง 20 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายต้องนำเงินไปไถ่ถอนเพราะเกรงว่าจะสูญเสียทรัพย์สิน
จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในลักษณะนี้กับผู้เสียหายหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท โดยพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว 3 ราย ซึ่งมี “โทน บางแค” รวมอยู่ด้วย

ส่วนกรณีความขัดแย้งระหว่างตนกับ “โทน บางแค” ยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกับคดีฉ้อโกง โดยไม่ขอลงรายละเอียด และมอบหมายให้ผู้เสียหายและทนายความเป็นผู้ชี้แจงในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารับค่าคอมมิชชั่นในการทวงหนี้ 30% อย่างสิ้นเชิง พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ไม่ได้เรียก “โทน บางแค” มาเจรจา แต่เป็นฝ่ายโทนที่ประสานเข้ามาเอง เพื่อให้ตนช่วยเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย

ย้ำว่าไม่ได้มีการข่มขู่บังคับใด ๆ โดยคำพูดที่ใช้คือ “ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย” เพื่อให้การเจรจาเป็นไปโดยสมัครใจ ซึ่งการไกล่เกลี่ยในวันดังกล่าวไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจาก “โทน บางแค” อ้างว่าไม่มีทรัพย์สิน แต่จากการตรวจสอบพบว่ายังมีทรัพย์สินรวมกว่า 60 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เมษายน ทนายความของ “โทน บางแค” ได้นำทรัพย์สินบางส่วน เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม 5-6 ใบ และทะเบียนรถหรู มาเสนอ แต่มีมูลค่าต่ำกว่าจำนวนเช็คค้ำประกัน จึงไม่สามารถตกลงกันได้อีกครั้ง

โดยไม่ทราบว่า “โทน บางแค” รับงานจากบุคคลใดหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพยานหลักฐานของตำรวจมีความชัดเจน และไม่สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างของอีกฝ่าย

พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า หากพบพฤติการณ์ลักษณะดังกล่าว ขอให้ระมัดระวัง โดยเปรียบเปรยว่า “ถ้าเจองูพร้อมกับเซียนพระกลุ่มนี้ ให้ตีเซียนพระก่อน เพราะเป็นเซียนกระดาษเปล่า”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...