โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ไวรัสฮันตา หลังคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร เผยวิธีป้องกันและอาการที่ควรระวัง

News In Thailand

เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 01.17 น. • oum
รู้จัก ไวรัสฮันตา หลังคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร เผยวิธีป้องกันและอาการที่ควรระวัง

จากสถานการณ์ล่าสุดที่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ฮันทา หรือกลุ่มอาการไวรัสฮันทา (Hantavirus Syndrome) เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงรายงานข่าวกรณีเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกที่พบผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ทำให้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจถึงอันตรายและวิธีการรับมือกับเชื้อโรคที่มากับหนูอย่างใกล้ชิด ข้อมูลจากสำนักข่าว ETtoday อ้างอิงการรายงานของ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) ได้สรุปข้อควรรู้สำคัญเกี่ยวกับไวรัสฮันทา เพื่อให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจและเฝ้าระวังอย่างถูกต้อง เนื่องจากเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงแม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อยนักก็ตาม

ไวรัสฮันทา (Hantavirus) ไม่ใช่เชื้อชนิดเดียว แต่เป็นตระกูลของไวรัสที่มีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะนำโรคหลัก การแพร่เชื้อสู่คนมักเกิดขึ้นเมื่ออุจจาระหรือปัสสาวะของหนูที่มีเชื้อแห้งตัวลงและกลายเป็นอนุภาคขนาดเล็กปนเปื้อนในอากาศ เมื่อมนุษย์สูดดมฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้

ดร.เอมิลี อับโดเลอร์ (Emily Abdoler) ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ระบุว่า เคสส่วนใหญ่ของไวรัสฮันทามักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี หรือในบ้านพักในชนบทที่มีหนูชุกชุม อย่างไรก็ตาม เชื้อชนิดนี้แทบจะไม่มีการแพร่กระจายจาก "คนสู่คน" ยกเว้นไวรัสสายพันธุ์แอนดีส (Andes virus) ที่พบในอเมริกาใต้ซึ่งเคยมีบันทึกการแพร่เชื้อระหว่างบุคคล

อาการของโรคที่ต้องสังเกต

ระยะฟักตัวของไวรัสฮันทาจะอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 8 สัปดาห์ โดยอาการในระยะแรกจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยควรสังเกตสัญญาณเตือนดังนี้

-มีไข้และหนาวสั่น

-ปวดเมื่อยตามร่างกายและปวดศีรษะ

-เมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะเริ่มมีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ

-เกิดอาการหายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบากเฉียบพลัน

-ในรายที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจและปอดล้มเหลว

วิธีป้องกันและข้อควรระวังในการทำความสะอาด

ศาสตราจารย์ซาบรา ไคลน์ (Sabra Klein) จากโรงเรียนสาธารณสุขบลูมเบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีความลับหรือยาต้านไวรัสเฉพาะทางสำหรับรักษาไวรัสฮันทาโดยตรง มีเพียงการรักษาประคับประคองตามอาการ ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำที่สำคัญว่า ในการทำความสะอาดพื้นที่ที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนจากหนู "ห้ามใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่น" อย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในมูลหนูฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศจนเสี่ยงต่อการสูดดมเข้าสู่ร่างกาย

ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ปลอดภัยมีดังนี้

-สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือให้มิดชิด

-ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวที่เจือจางแล้วลงบนพื้นที่ปนเปื้อน

-ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อ

-ใช้กระดาษชำระแบบเปียกเช็ดทำความสะอาด

-นำอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้แล้วทิ้งลงในถังขยะที่ปิดมิดชิดทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...