“ตลาดหุ้นเอเชีย” พุ่งรับความหวังสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน Nikkei ทะลุ 61,000 จุดครั้งแรก
"ตลาดหุ้นเอเชีย" พุ่งรับความหวังสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน Nikkei ทะลุ 61,000 จุดครั้งแรก ขณะที่ทรัมป์เตือนอิหร่านอาจเผชิญการโจมตีรุนแรงกว่าเดิมมาก หากการเจรจาล้มเหลว
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดปรับตัวในแดนบวก นำโดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ทะยานขึ้นทะลุระดับ 61,000 จุดเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความหวังของนักลงทุนว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งอาจช่วยยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานและลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 60,241.31 จุด เพิ่มขึ้น 728.19 จุด หรือ 1.22% ก่อนจะพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงภายใน 15 นาทีแรกของการซื้อขาย โดยบวกถึง 2,261.87 จุด หรือ 3.80% แตะระดับ 61,774.99 จุด ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงเปิดที่ 26,531.35 จุด เพิ่มขึ้น 317.57 จุด หรือ 1.21% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนเปิดที่ 4,168.45 จุด เพิ่มขึ้น 8.28 จุด หรือ 0.19%
ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคก็เคลื่อนไหวในทิศทางบวกเช่นกัน โดยดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียดีดตัวขึ้นมากกว่า 1% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 1.17%
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนหลัง Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 14 ข้อ เพื่อยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ในระยะต่อไป โดยสหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับคำตอบจากอิหร่านในประเด็นสำคัญภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว ISNA ของอิหร่านรายงานว่า เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ และจะส่งคำตอบผ่านทางปากีสถานหลังจากกระบวนการพิจารณาเสร็จสิ้น
ความคาดหวังต่อความเป็นไปได้ในการยุติสงครามช่วยหนุนความเชื่อมั่นในตลาด แม้ยังมีสัญญาณกดดันจากท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดี Donald Trump ที่เตือนว่า อิหร่านจะเผชิญกับการโจมตี “ที่รุนแรงกว่าเดิมมาก” หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้
ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า หากอิหร่านยอมปฏิบัติตามข้อตกลงที่เสนอไว้ ปฏิบัติการ “Epic Fury” จะยุติลง และการปิดล้อมที่ดำเนินอยู่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งสำหรับทุกประเทศ รวมถึงอิหร่านเอง แต่หากการเจรจาล้มเหลว “การทิ้งระเบิดจะเริ่มต้นขึ้น และจะรุนแรงเข้มข้นกว่าที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างมาก” ทรัมป์กล่าว