รุ่นพี่ไม่เชื่อฝ่ายหญิงเปย์น้อง ขอเล่าอีกมุมคดีเมียชนผัว
(7 พ.ค. 69) ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุสลดบนถนนพหลโยธิน กม.102 จ.สระบุรี เมื่อ น.ส.อารีย์ หรือจิ๊บ อายุ 42 ปี ขับรถเก๋งพุ่งชนนายอภิสิทธิ์ หรือแบ็งค์ อายุ 38 ปี สามีขณะขี่รถจักรยานยนต์จนเสียชีวิต ก่อนจะเดินลงมาใช้เท้าเหยียบใบหน้าซ้ำ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายโอ๋ ระดมสุข พี่ชายคนสนิทของผู้ตาย บอกว่าว่ารู้สึกสลดใจและโกรธต่อการกระทำของฝ่ายหญิงที่ใจดำเกินไป
.
นายโอ๋เปิดเผยข้อมูลอีกด้านว่า ตนไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของฝ่ายหญิงที่ว่าเปย์เงินให้ผู้ตายถึง 1 ล้านบาท เพราะที่ผ่านมาผู้ตายยังมาหยิบยืมเงินตนเองเพื่อใช้จ่ายและส่งเสียลูกอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าเป็นเงินใช้จ่ายกินเที่ยวด้วยกันนั้นตนเชื่อว่ามีจริง เพราะเห็นรูปทั้งคู่ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยครั้ง
.
ส่วนสาเหตุที่ต้องแยกทางกัน นายแบ็งค์เคยระบายว่าไปด้วยกันไม่ได้ เนื่องจากปัญหามีลูกติดทั้งคู่และครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ปลื้ม คิดว่าแบ็งค์จะไปเกาะฝ่ายหญิง ตนยอมรับว่าผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้ตามวัยรุ่นทั่วไป แต่ขณะคบกับ น.ส.อารีย์ก็ไม่เคยเห็นมีผู้หญิงคนอื่น สิ่งที่ตนรับไม่ได้ที่สุดคือภาพวงจรปิดที่ฝ่ายหญิงเดินลงมาเหยียบหน้าสามี ซึ่งสะท้อนถึงจิตใจที่อำมหิต ใจดำเกินกว่าจะรับได้
.
ทางด้านคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวชัดเจน พร้อมแจ้งข้อหาหนัก "เจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" เนื่องจากผู้ต้องหาให้การยอมรับว่ามาจอดรถดักรอเพื่อก่อเหตุจริงด้วยความแค้นส่วนตัว โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลจังหวัดสระบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีโทษสูง
.
สำหรับร่างของนายอภิสิทธิ์ หรือแบ็งค์ ญาติได้ดำเนินการเคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลสระบุรีในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเชิงเขา ท่ามกลางความโศกเศร้าของกลุ่มเพื่อนและญาติพี่น้อง โดยพี่ชายคนสนิทกล่าวทิ้งท้ายว่าอยากอโหสิกรรมให้เพื่อไม่ให้เป็นเวรกรรมต่อกัน แต่ในส่วนของคดีความต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายที่จะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ตาย