โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดเบื้องลึก ทำไมทรัมป์เล็งเป้า “เกาะคาร์ก” เดิมพันใหญ่ของตลาดน้ำมันโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 03.51 น.

เกาะคาร์ก กำลังกลายเป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์ของสหรัฐ นักวิเคราะห์เตือนว่า หากโครงสร้างพื้นฐานบนเกาะถูกโจมตี อาจกระทบอุปทานพลังงานโลกและดันราคาน้ำมันพุ่ง

วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 10.22 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า คำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้โจมตีทรัพย์สินทางทหารของอิหร่านบน เกาะคาร์ก (Kharg Island) ได้ทำให้ศูนย์กลางน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่านกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ทรัมป์ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์มุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และหลีกเลี่ยงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า สหรัฐอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก หากอิหร่านยังคงโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

แวนดานา ฮารี ผู้ก่อตั้ง Vanda Insights กล่าวกับ CNBC ว่า “การโจมตีฐานทัพบนเกาะคาร์กเป็นเหมือนการยิงเตือนถึงเตหะราน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะจะเป็นเป้าหมายต่อไป”

เกาะเล็กที่เป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจของอิหร่าน

เกาะคาร์กถือเป็น หนึ่งในเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่อ่อนไหวที่สุดของอิหร่าน เกาะปะการังขนาดยาวเพียงประมาณ 5 ไมล์แห่งนี้ ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียราว 15 ไมล์ แต่กลับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ

เกาะแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 90% ของการส่งออกทั้งหมดของอิหร่าน และมีศักยภาพในการขนถ่ายน้ำมันสูงถึงประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นประตูหลักของรายได้จากพลังงานของรัฐบาลเตหะราน

ข้อมูลจาก JPMorgan ระบุว่าหากสถานีส่งออกน้ำมันบนเกาะคาร์กถูกโจมตีโดยตรง จะทำให้การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องหยุดชะงักแทบจะทันที

ฮารีกล่าวเพิ่มเติมว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะถูกทำลาย การฟื้นฟูอาจใช้เวลาหลายปี และจะทำให้อิหร่านสูญเสียแหล่งรายได้สำคัญที่สุดของประเทศ

จุดยุทธศาสตร์ที่อาจเขย่าตลาดน้ำมันโลก

นักวิเคราะห์พลังงาน มองว่า การที่สหรัฐให้ความสำคัญกับเกาะคาร์ก สะท้อนถึงทั้งความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเกาะต่ออิหร่าน และ อิทธิพลต่อราคาน้ำมันโลก จอช ยัง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bison Interests กล่าวว่า แม้อิหร่านจะมีท่าเรือส่งออกอื่นอยู่บ้าง แต่หากสหรัฐฯ สามารถควบคุมหรือทำลายเกาะคาร์กได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำแบบเดียวกันกับท่าเรือส่งออกอื่น ๆ ของอิหร่าน

ด้าน แอนดี ลิโพว์ ประธาน Lipow Oil Associates ระบุว่า ความเสียหายต่อสถานีส่งออกน้ำมันบนเกาะคาร์กอาจกระทบการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ แม้อิหร่านจะยังมีทางเลือกบางส่วน เช่น ท่อส่งน้ำมัน Goreh-to-Jask ซึ่งสามารถขนส่งน้ำมันได้ประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่ต้องผ่านทั้งเกาะคาร์กและช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า หากมีการโจมตีเกาะคาร์กจริง จะถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่เอ็ดเวิร์ด ฟิชแมน นักวิจัยอาวุโสจาก Council on Foreign Relations กล่าวว่า อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอื่นในภูมิภาค เช่น โรงกลั่นน้ำมัน Abqaiq ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นศูนย์แปรรูปน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก

ความเสี่ยงสงครามกำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดพลังงาน

เจฟฟ์ เคอร์รี จาก Carlyle ระบุว่า ความขัดแย้งครั้งนี้กำลังเร่งให้เกิด การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาดพลังงานโลก โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายบนเกาะคาร์กไม่สามารถซ่อมแซมได้ในช่วงที่ยังมีการสู้รบ และเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงสงครามสำหรับการขนส่งพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับสูง แม้หลังความขัดแย้งจะยุติลง

นอกจากนี้พฤติกรรมของตลาด เช่น การกักตุนสินค้า การเจรจาสัญญาใหม่ การเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือก จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานถูกกำหนดราคาใหม่อย่างถาวร

เคอร์รี มองว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของตลาดพลังงาน ที่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ถูกสะท้อนอยู่ในราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์

ความกังวลเกี่ยวกับเกาะคาร์กและช่องแคบฮอร์มุซได้ผลักดันให้ ราคาน้ำมันดิบทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นมาตรฐานของตลาดโลก อยู่ที่ประมาณ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงค่ำวันจันทร์

เคอร์รี ระบุว่า ในอนาคต สินค้าโภคภัณฑ์ทุกชนิดที่ต้องผ่านจุดคอขวดด้านการขนส่ง จะมีค่าพรีเมียมด้านความมั่นคง รวมอยู่ในราคา สำหรับตลาดน้ำมันโลก นั่นหมายความว่า เพียงแค่ความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีเกาะคาร์ก ก็อาจมีผลต่อราคาน้ำมัน มากพอ ๆ กับการโจมตีจริงเลยทีเดียว

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...