โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบคาดอนเมือง! ลุงกระบะเมานรก 222 มก. ซิ่งชนสาวสาหัสที่เชียงราย หนีคดี 1 ปี-ไร้เยียวยา

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • RS PCL
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) นำกำลังบุกรวบตัวผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับชนแล้วหนีรายสำคัญ หลังสร้างวีรกรรมสุดสลดที่จังหวัดเชียงราย ทิ้งให้เหยื่อสาวต้องเผชิญชะตากรรมลำพังนานนับปี โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษหรือการเยียวยาตามมนุษยธรรม

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าทำการสกัดจับ นายสุรศักดิ์ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ จ.233/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ในข้อหาหนัก "ขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย"

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์สุดสลดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 ณ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ในวันเกิดเหตุ นายสุรศักดิ์ได้ขับรถกระบะฟอร์ด สีดำ ด้วยความคึกคะนองในขณะที่มีอาการมึนเมาอย่างหนัก จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดภายหลัง พบตัวเลขที่น่าตกใจถึง 222 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เกินกว่า 4 เท่า ด้วยสภาพที่ขาดสติสัมปชัญญะ รถกระบะของนายสุรศักดิ์ได้เสียหลักพุ่งล้ำเลนเข้าไปในทิศทางสวนทาง ก่อนจะประสานงาเข้าอย่างจังกับรถจักรยานยนต์ของ น.ส.ชนาพร (ผู้เสียหาย) แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของผู้เสียหายกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายแห่งทั่วร่างกาย ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาตัวนานกว่า 4 เดือนเต็ม ท่ามกลางความทุกข์ทรมานของครอบครัว

พฤติการณ์หลังเกิดเหตุนายสุรศักดิ์ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่กลับไม่สำนึกในความผิดที่ก่อขึ้น เลือกที่จะหลบหนีและเพิกเฉยต่อหมายเรียกของพนักงานสอบสวนหลายครั้ง จนศาลต้องออกหมายจับ

โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันโดนจับกุม นายสุรศักดิ์ไม่เคยติดต่อกลับไปยัง น.ส.ชนาพร เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือให้การเยียวยาใดๆ แม้แต่บาทเดียว ปล่อยให้เหยื่อสาวต้องแบกรับทั้งความเจ็บปวดทางกายและภาระค่ารักษาพยาบาลเพียงลำพัง แม้ปัจจุบันสภาพร่างกายของเธอจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่บาดแผลทางใจจากความไม่ยุติธรรมยังคงอยู่ผลการดำเนินคดี

จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่คอมมานโด พบว่า ผู้ต้องหาได้หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อกบดานหวังให้เรื่องเงียบหายไป แต่สุดท้ายไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ถูกรวบตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงชัย จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...