โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ตอบไม่ชัดขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวอีกรอบ-มั่นใจมีเพียงพอ

INN News

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 07.20 น. • INN News

นายกฯ ตอบไม่ชัดขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวอีกรอบ ขอเป็นตามกลไกตลาด ยันขึ้นราคาไม่ได้ค้ากำไรให้ผู้ประกอบการ ระบุ น้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน มั่นใจมีเพียงพอ ชี้ หากลดราคาต่ำ ต่างประเทศจะไหลเข้ามาใช้น้ำมันไทย ขณะ ตอบสื่อต่างประเทศ ยันไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมงาน Meet the Press "1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" โดย รัฐบาลมั่นใจว่า ปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศมีเพียงพอ นี่คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่า แถลงแล้วจะรู้สึกสบายใจขึ้น ซึ่งเราต้องใช้ตัวเลขในการอธิบาย รวมถึงแดชบอร์ด เพื่อให้ทราบว่าน้ำมันออกจากโรงกลั่นไปคลังปริมาณเท่าไหร่ และออกจากที่คลังไป จ๊อบเบอร์ (Jobber) เท่าไหร่ ไปที่ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศเท่าไหร่ ทำให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีใครกักตุนแน่นอน

ส่วนรัฐบาลสามารถขอความร่วมมือเอกชนไม่ให้ขึ้นราคาน้ำมันตามกลไกตลาดได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำมันสำรองเก็บไว้ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันดิบเข้ามา แต่ไม่ได้หมายความว่าอยู่ดีๆ จะเอามาใช้ทุกสถานการณ์ พร้อมย้ำว่า ราคาเป็นไปตามกลไก ถ้าราคาต่ำมากก็จะเอื้อให้นำออกไปขายต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่การฉ้อโกง

ก่อนหน้านี้คนไทยเติมน้ำมันเพื่อไปส่งสินค้าที่ประเทศมาเลเซีย จากมาเลเซียและเติมน้ำมันเต็มถังจากมาเลเซียกลับมา แต่ตอนนี้กลับหัวกลับหางกัน เพราะราคาในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซีย รถขนส่งจากมาเลเซียก็มาเติมน้ำมันจากประเทศไทยกลับไป ส่วนนี้ทำให้

ทั้งนี้ จะมีการขึ้นราคาน้ำมันสูงถึงครั้งละ 6 บาทต่อลิตรอีกหรือไม่ โดยนายกฯ ระบุว่า ยังคงต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก และสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไป ไม่ได้ขึ้นราคาเพื่อให้ผู้ประกอบการได้กำไรมากขึ้น ซึ่งได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน แต่จะทำแบบนี้ในระยะยาวไม่ได้ จึงต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสมดุล

ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันประหยัดน้ำมัน อีกทั้งกองทุนน้ำมันจะไม่ต้องรับภาระหนักในการอุ้มราคาน้ำมัน จะนำเงินส่วนนี้ช่วยเหลือประชาชนในช่องทางอื่น และเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น

ส่วนจะตรึงการพยุงราคาน้ำมันไว้ที่ 16 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลลดจาก 24 บาทต่อลิตร เหลือ 16 บาท ต้องไปดูว่า 1 วันใช้น้ำมันราว 60 ล้านลิตร ในช่วงนี้ที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ทำให้เงินที่ได้รับเข้าไปอุ้มกองทุนฯ ราว 1,500 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ในการช่วยประชาชนกลุ่มอื่น เช่น ขนส่ง ประมง เกษตรกร กลุ่มเปราะบาง

สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ปริมาณน้ำมันจะต้องเข้าสู่ระบบของ 1 หมื่นกว่าสถานีบริการน้ำมันภายในสิ้นสัปดาห์นี้ สถานการณ์ในขณะนี้เป็นอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด โดยได้รับรายงานสถานการณ์ขณะนี้ว่าดีขึ้น มีน้ำมันให้บริการกับประชาชน และได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลสถานการณ์สถานีบริการน้ำมันในจังหวัด

เมื่อถามย้ำว่า ในบางจังหวัดยังคงมีปัญหาอยู่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า โรงกลั่นผลิตน้ำมันออกจากคลังไปเท่าไหร่ ก็ได้รับแจ้งจากผู้รับน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งตัวเลขที่ทำกลับมามีความใกล้เคียงกันแล้ว แต่จะสูญเสียบางส่วนระหว่างการเดินทาง ฉะนั้นน้ำมันไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ตอบคำถามที่ว่า จะเกิดสถานการณ์ต่อคิวเติมน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังตอบคำถามสื่อต่างประเทศกรณีที่เคยพูดว่าประเทศไทยจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แต่ตอนนี้เป็นอย่างไรเพราะไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน ว่า “เรายังโอเคอยู่ครับ เราไม่ได้ป่วย ”

เมื่อถามต่อว่ามีอะไรอยากจะบอกกับนักลงทุนชาวต่างชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า พวกเขาทั้งหมดยังคงมี ความเชื่อมั่น ในประเทศไทยครับ โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป"

เมื่อถามย้ำถึงเรื่องวิกฤตพลังงานล่ะครับ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า "ใช่ครับ แต่เรามีพลังงานเพียงพอที่จะ รองรับ ภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และยังมีศักยภาพที่ดียิ่งกว่าสำหรับนักลงทุนด้วย"

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...