โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทินเผยตั้งเอกนิตินั่งประธาน คกก. ศึกษา 'แลนด์บริดจ์' บอกไม่ต้องกลัวเอื้อนายทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แฟ้มภาพ : อนุทิน ชาญวีรกูล

‘อนุทิน’ เผยตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ชี้สถานการณ์โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ จะได้ไม่ต้องกินน้ำใต้ศอก เน้นความคุ้มค่าและผลประโยชน์ประเทศ บอกไม่ต้องกลัวเอื้อนายทุน โอดทุกวันนี้แทบจะไม่มีเพื่อน เพราะไม่เคยตามใจใคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการแสดงความเห็นที่ไม่ตรงกัน ในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยระหว่างนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไร ไม่มีปัญหา เป็นเพียงการพูดกันคนละที

ซึ่งเรื่องของโครงการแลนด์บริดจ์จะมีการตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการดังกล่าว โดยจะต้องพิจารณาทุกรูปแบบ ทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของการลงทุน โลจิสติกส์ และสิ่งที่ต้องผูกอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งดูเรื่องทุนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูเรื่องความสะดวก และดูภาพรวมให้เกิดความคุ้มค่า โดยให้เร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผลการศึกษาที่เคยดำเนินการมาในอดีตอยู่บนสถานการณ์โลกอีกบริบทหนึ่ง แต่ขณะนี้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ การที่จะทำให้ประเทศไทยไม่มีผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุดหากเกิดสถานการณ์หรือความขัดแย้งใด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องของคนอื่น และประเทศไทยจะได้รับผลกระทบด้วย ดังนั้น ต้องหายุทธศาสตร์ที่ให้ไทยยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ และหากจะมีผลกระทบจะต้องมีน้อยที่สุด

“แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ แต่เป็นนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้สำหรับพรรคภูมิใจไทย และแฟน ๆ ของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 และสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้น ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นงานที่ต่อเนื่อง” นายอนุทินกล่าว

ส่วนผลนิด้าโพล ที่ระบุว่าประชาชนภาคใต้เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องรายละเอียดนั้น นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลต้องสื่อสารให้เห็นถึงคุณประโยชน์ เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรจะต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวมและต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

เมื่อถามว่าประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้จะยื่นหนังสือคัดค้านต่อ สส.ในพื้นที่ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า ก็มีคนเห็นด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลจากผลการศึกษา ความคุ้มทุน และประโยชน์ใช้สอยจากโครงการ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า จำที่ผมเคยพูดได้หรือไม่ว่า ประเทศไทยไม่มีน้ำมัน แต่มีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการขายความมั่นคงทางอาหารต่อทั่วโลก ดังนั้น โครงการแลนด์บริดจ์จะทำให้ระบบการขนส่งอาหารไปถึงปลายทางได้เร็วกว่า

และตอนนั้นที่พูดคือปี 2562 ยังไม่มีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิด หรือช่องแคบมะละกาจะเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว เราจึงต้องดูว่าจะมีกลไกไหน หรือทรัพยากรใด ที่จะทำให้เราไม่ต้องพึ่งพา คนที่ไม่พอใจก็จะมาขู่ หรือขึ้นราคา ประเทศไทยเราก็ต้องกินน้ำใต้ศอกอยู่ตลอด เราจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบบ้าง

เมื่อถามว่ามีความห่วงใยว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะมีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอาแค่ตรงนี้ก่อน เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้วยังไม่เห็นเอื้อใครสักที 7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาเกลียดเอา มีแต่ขัดใจเขา มีแต่ทำให้เขาโกรธ เพราะไม่ได้ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อเอาพวกเอาพ้องเอาเพื่อนฝูงเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทินเผยตั้งเอกนิตินั่งประธาน คกก. ศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ บอกไม่ต้องกลัวเอื้อนายทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...