โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภารกิจการค้นหาเครื่องยนต์ LE-7 ของจรวด H-II No.8 เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการอวกาศญี่ปุ่น

SPACEMAN

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

การค้นหาเครื่องยนต์จรวด H-II ใต้ห้วงทะเลลึก 3,000 เมตร" เหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะต้องเดิมพันด้วยอนาคตของการองค์การพัฒนาอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น (NASDA) ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น" หรือ JAXA ในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999 ที่ศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะ (Tanegashima Space Center) เป็นวันปล่อยจรวด H-II No.8 ซึ่งชิ้นส่วนทุกชิ้นของจรวดผลิตภายในประเทศญี่ปุ่นกำลังจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่นทั้งประเทศ

ที่ผ่านมาการส่งจรวดทั้งหมด 6 ครั้ง นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จทุกครั้ง สามารถนำส่งดาวเทียม Himawari ของญี่ปุ่นขึ้นสู่อวกาศได้อย่างราบรื่น

แต่การส่งครั้งที่ 7 ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998 กลับประสบกับความล้มเหลว ทำให้เงินภาษีของประชาชนญี่ปุ่นจำนวน 30,000 ล้านเยน หายวับไปกับตา พร้อมกับชื่อเสียงของหน่วยงานอวกาศญี่ปุ่น

องค์การพัฒนาองค์การอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น จึงตั้งความหวังไว้กับการส่งจรวด H-II No.8 ในครั้งที่ 8 เมื่อปี ค.ศ. 1999 เอาไว้สูงมาก แต่แล้วก็เกิดเหตุความผิดปกติที่ไม่มีใครคาดคิด ขณะที่จรวดไต่ระดับไปถึงความสูง 110 กิโลเมตร เครื่องยนต์ในจรวดท่อนแรกทำงานผิดปกติ ผู้บริหาร NASDA จึงจำเป็นต้องออกคำสั่งให้จรวดระเบิดทำลายตัวเองทันที เพื่อป้องกันอันตรายจากการตกกลับลงมาสู่พื้นโลก

จากความล้มเหลวในการส่งจรวด 2 ครั้งติดต่อกัน ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศเรียกร้องให้ระงับโครงการพัฒนาทางด้านอวกาศ แต่ทางผู้บริหารหน่วยงานอวกาศญี่ปุ่นยังไม่ละทิ้งความพยายาม เพราะได้ทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวด เพื่อไล่ตามเทคโนโลยีของอเมริกาและชาติตะวันตกให้ทัน

และหัวใจสำคัญที่จะไขความกระจ่างของความผิดพลาดครั้งนี้ก็คือ เครื่องยนต์ LE-7 ที่อยู่ในจรวด H-II No.8 ซึ่งหยุดการเผาไหม้เชื้อเพลิงกระทันหันจึงต้องค้นหาสาเหตุที่เครื่องยนต์ขัดข้องให้ได้ แต่ความยากลำบากอยู่ตรงที่ต้องค้นหา "เครื่องยนต์ LE-7" ซึ่งมีขนาดเพียง 3 เมตร ที่ตกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิก!!

ปฏิบัติการค้นหาที่แทบไม่มีความเป็นไปได้จึงได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกันของทีมงานจาก "ศูนย์เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ทางทะเล" หรือ JAMSTEC และทีมงานจาก "องค์การพัฒนาอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น" หรือ NASDA

โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ คุณฮิโรยาสุ มนมะ (Hiroyasu MONMA) นักวิจัย JAMSTEC ผู้บุกเบิกเส้นทางการสำรวจโลกใต้ทะเลมาเป็นเวลานานถึง 28 ปี มีความสามารถในการสังเกตเผ็นความเปลี่ยนแปลงบนเครื่องโซนาร์ และ คุณทาคุมิ อุจิโนะ (Takumi UJINO) หัวหน้าทีมค้นหาเครื่องยนต์ LE-7 จาก NASDA ผู้ได้รับการขนานนามว่า "มนุษย์คอมพิวเตอร์" ซึ่งมีความสามารถในการคำนวณหาพิกัดตกของเครื่องยนต์ได้อย่างแม่นยำ

แต่การทำงานก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง เพราะท้องทะเลบริเวณที่ค้นหานั้นอยู่ในแนวเขตภูเขาไฟ พื้นผิวจึงค่อนข้างขรุขระ และการทำงานของสองหน่วยงานที่มีความเชื่อมั่นในข้อมูลและแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน จึงทำให้ระหว่างการทำงานร่วมกันมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการหาเครื่องยนต์ LE-7 ให้พบ จึงเริ่มให้การยอมรับความคิดเห็นในความชำนาญและเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย

จนในที่สุดภารกิจที่ยากและท้าทายก็ประสบความสำเร็จ สามารถเก็บกู้เครื่องยนต์ LE-7 ขึ้นมาได้ในบริเวณหมู่เกาะโองะสะวาระ (Ogasawara Islands) เมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2000 หลังจากที่จมลงสู่ท้องทะเลเป็นเวลา 2 เดือน

สำหรับสาเหตุที่เครื่องยนต์หยุดทำงานในวันส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดถึง เพราะชิ้นส่วนเพลาใบพัดกระบอกสูบที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง (Fuel Turbo Pump) ที่ส่งเชื้อเพลิงเหลวให้กับเครื่องยนต์เกิดความเสียหาย ทางองค์การพัฒนาอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่นจึงได้เริ่มพัฒนาจรวดรุ่นต่อมา คือ "จรวด H-II A" นับเป็นก้าวเดินครั้งใหม่ที่สำคัญของวงการอวกาศญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาเป็นประเทศชั้นนำในด้านเทคโนโลยีอวกาศของโลกมาจนถึงทุกวันนี้ ในชื่อ "องก์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น" (JAXA)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...