โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นชม “ดาวหางแพนสตาร์ส” (C/2025 R3) โอกาสเห็นด้วยตาเปล่าปลายเดือนเมษายน 2569

SPACEMAN

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 00.42 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักดาราศาสตร์และผู้ชื่นชอบการดูดาวทั่วโลกกำลังจับตาการมาเยือนของดาวหางดวงใหม่ที่มีชื่อว่า ซี/2568 อาร์3 แพนสตาร์ส (C/2025 R3 PanSTARRS) ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นในในช่วงปลายเดือนเมษายนปี 2569 นี้

ดาวหางดวงนี้มีลุ้นที่จะสว่างจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรืออย่างน้อยก็สังเกตได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นประจำปีนี้ที่หลายคนเฝ้ารอ

ดาวหาง C/2025 R3 PanSTARRS ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 โดยเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์แพนสตาร์ส (Pan-STARRS) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาด 1.8 เมตร บนยอดภูเขาไฟฮาเลอากาลาในรัฐฮาวาย ระบบนี้ทำงานโดยการถ่ายภาพท้องฟ้ามุมกว้างอย่างต่อเนื่อง และใช้ซอฟต์แวร์เปรียบเทียบภาพเพื่อค้นหาวัตถุที่เคลื่อนที่ หลังจากนั้นในวันที่ 17 กันยายน 2568 นักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์แคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย ขนาด 3.6 เมตร สังเกตการณ์เพิ่มเติม จนสามารถคำนวณเส้นทางการโคจรของดาวหางดวงนี้ได้อย่างแม่นยำ

ตามการคำนวณ ดาวหางแพนสตาร์สจะเดินทางมาถึงจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 76.3 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพุธและดาวศุกร์ หลังจากนั้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 ดาวหางจะโคจรเข้าใกล้โลกของเรามากที่สุดที่ระยะห่างประมาณ 70.8 ล้านกิโลเมตร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเป็นช่วงที่ดาวหางมีความสว่างมากที่สุด

โดยทั่วไปการคาดการณ์ความสว่างของดาวหางเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก นักดาราศาสตร์บางกลุ่มประเมินว่าดาวหางดวงนี้อาจมีโชติมาตร (ระดับความสว่าง) อยู่ที่ระดับ 8 ซึ่งเทียบเท่ากับความสว่างของดาวเนปจูน ทำให้ต้องอาศัยกล้องสองตาในการสังเกตการณ์ แต่ในทางกลับกันก็มีการประเมินว่าอาจสว่างได้ถึงระดับ 2.5 ซึ่งสว่างเทียบเท่ากับดาวฤกษ์ดวงหลักในกลุ่มดาวแคสสิโอเปีย (กลุ่มดาวค้างคาว) หากเป็นเช่นนั้น เราก็จะสามารถมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ด้วยตาเปล่าในพื้นที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท

ปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยให้ดาวหางสว่างขึ้นคือปรากฏการณ์ทางแสงที่เรียกว่า "การกระเจิงไปข้างหน้า" (Forward scattering) เนื่องจากในช่วงปลายเดือนเมษายน ดาวหางจะเคลื่อนที่มาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ฝุ่นและก๊าซที่หางของดาวหางจะสะท้อนและกระเจิงแสงอาทิตย์ตรงมายังทิศทางของโลก ทำให้ผู้สังเกตการณ์บนโลกมองเห็นดาวหางสว่างกว่าปกติ

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซีกโลกเหนือ รวมถึงประเทศไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสังเกตการณ์คือช่วงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นในปลายเดือนเมษายน ดาวหางจะปรากฏอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวปลา (Pisces) ใต้กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus) สูงจากขอบฟ้าทิศตะวันออกประมาณ 15 องศาในช่วงหนึ่งชั่วโมงก่อนรุ่งเช้า

สำหรับช่วงที่ดาวหางเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 27 เมษายน ดาวหางอาจถูกกลืนหายไปกับแสงสว่างของดวงอาทิตย์ทำให้สังเกตได้ยากขึ้น

แม้จะยังไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ซี/2568 อาร์3 แพนสตาร์ส จะกลายเป็น "ดาวหางดวงยิ่งใหญ่" ประจำปี 2569 อย่างที่หวังไว้หรือไม่ แต่มันก็เป็นเป้าหมายที่น่าติดตามอย่างยิ่งสำหรับนักดูดาว ใครที่สนใจสามารถเตรียมกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ให้พร้อม และหาสถานที่โล่งแจ้งทางทิศตะวันออกที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เพื่อเฝ้ารอชมผู้มาเยือนจากห้วงอวกาศดวงนี้ในช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายน

ข้อมูลอ้างอิง: Space. com

  • Will Comet C/2025 R3 (PanSTARRS) be the 'great comet' of 2026?
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...