สื่อสารผิดพลาด! ทนาย รับ รถถัง คลาดเคลื่อนไม่ได้เซ็น 30 สัญญา แจงมีแค่ฉบับเดียว แต่มี 20 หน้า
เมื่อวันที่ 18 เมษายน รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้เปิดบ้านต้อนรับนักข่าวที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทระหว่าง รถถัง กับ ONE Championship ซึ่งปัจจุบันได้มีการดำเนินคดีในหลายเขตอำนาจ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศญี่ปุ่น
ทีมกฎหมายของรถถัง ชี้แจงว่า เมื่อเรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว ทีมงานของรถถังมีความจำเป็นต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม และขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นหรือก้าวล่วงในรายละเอียดข้อเท็จจริงของคดีในชั้นสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ทีมรถถังขอยืนยันว่า มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเพียงพอที่จะสามารถนำเสนอต่อศาล เพื่อให้ศาลได้พิจารณาและทำความเข้าใจข้อเท็จจริงในทุกประเด็นอย่างครบถ้วน
ในส่วนของประเด็นการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 29 เมษายน 2569 รถถังยังคงยืนยันเจตนาอย่างชัดเจนว่า มีความพร้อมและยินดีที่จะเดินทางไปทำการแข่งขันตามกำหนดการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทีมทนายความของรถถังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมทนายของ ONE Championship โดยได้มีการร้องขอให้ส่งมอบ “คู่ฉบับสัญญาต้นฉบับ” ที่ได้มีการลงนามครบถ้วนตามมาตรฐานของบริษัท ตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 เนื่องจากจนถึงปัจจุบัน ทีมงานของรถถังยังไม่ได้รับสัญญาดังกล่าวที่สมบูรณ์และอาจยังไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายแต่อย่างใด
ทั้งนี้ รถถังได้รับเพียง “สำเนาสัญญา” ซึ่งเป็นเอกสารที่ฝ่ายรถถังลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2568 เท่านั้น โดยในสำเนาดังกล่าวปรากฏเพียงลายมือชื่อของรถถังฝ่ายเดียว ขณะที่กรรมการผู้มีอำนาจของ ONE ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาแต่อย่างใด ประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลต่อทีมงานของรถถังอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหากไม่มีการลงนามผูกพันโดยผู้มีอำนาจของอีกฝ่าย อาจส่งผลให้สัญญาดังกล่าวไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงประเด็นความคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานหรือการแข่งขัน
ขณะนี้ ทีมทนายของรถถังได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังทนายความของ ONE Championship เพื่อขอให้จัดส่งคู่ฉบับสัญญาที่ถูกต้องครบถ้วนมายังรถถัง ภายในวันที่ 18 เมษายน 2569
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญเพิ่มเติมจากการสื่อสารของฝ่ายทนายความของ ONE Championship ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้มีอีเมลถึงรถถังและทีมทนาย โดยมีข้อความบางส่วนระบุว่า
“…your contract with ONE should be treated as frozen…”
ซึ่งมีความหมายโดยสรุปว่า สัญญาระหว่างรถถังกับ ONE ควรถูกพิจารณาว่าอยู่ในสถานะ “ระงับการมีผลชั่วคราว” (frozen) อันเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายในหลายประเทศ (ซึ่งเป็นข้อความก่อนหน้า)
จากถ้อยคำดังกล่าว ทีมทนายความของรถถังเห็นว่าอาจตีความได้ว่าเป็นการระงับการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับทนายความของ ONE ประเทศสิงคโปร์ เพื่อขอความชัดเจนอย่างเป็นทางการว่า ภายใต้สถานะดังกล่าว รถถังยังสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้หรือไม่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและไม่กระทบต่อสิทธิของทุกฝ่าย
สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารถถังประสงค์จะย้ายสังกัดเนื่องจากผลประโยชน์ที่ดีกว่านั้น ทีมงานรถถังขอเรียนยืนยันว่า ก่อนที่สัญญาฉบับปี พ.ศ. 2565 จะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2569 ทีมกฎหมายของรถถังได้มีการประสานงานกับทาง ONE Championship มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เพื่อเจรจาและปรับปรุงเงื่อนไขสัญญา
ทั้งนี้ รวมถึงการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารของ ONE รถถัง และทีมกฎหมายของรถถังในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อหารือในประเด็นสัญญา อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ทีมงานของรถถังยังไม่ได้รับร่างสัญญาฉบับใหม่จากทาง ONE แต่อย่างใด ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของรถถังในการดำเนินความสัมพันธ์ทางสัญญาอย่างต่อเนื่องและโดยสุจริต
นายสันติวัสถ์ สังข์วรรณะ ทนายความชี้แจงเพิ่มเติมว่า เราอยากได้ความชัดเจนว่า ไฟต์ที่จะชกที่ญี่ปุ่นกับ ทาเครุ เซกาวา ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นั้นยังอยู่ตามข้อตกลงสัญญาเดิม หรือจะเป็นข้อตกลงใหม่ เนื่องจากสัญญาเดิมนั้นหมดลงไปตั้งแต่เดือน มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาแล้ว อีกทั้งการที่ ONE Championship ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้มีอีเมลถึงรถถังและทีมทนาย โดยมีข้อความบางส่วนระบุว่า “…your contract with ONE should be treated as frozen…”
ซึ่งมีความหมายโดยสรุปว่า สัญญาระหว่างรถถังกับ ONE ควรถูกพิจารณาว่าอยู่ในสถานะ “ระงับการมีผลชั่วคราว” (frozen) อันเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายในหลายประเทศ (ซึ่งเป็นข้อความก่อนหน้า)
ทำให้เกิดความกังวลว่าถ้าไปขึ้นชกวันที่ 29 เมษายน 2569 แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา รถถัง จะยังได้รับการดูแลตามสัญญาหรือไม่ เพราะถูกแจ้งว่าสัญญาอยู่ระหว่างการระงับชั่วคราว ซึ่งตรงนี้ขอคุยกับทาง ONE Championship ประเทศสิงคโปร์ ก่อนว่าความหมายที่ส่งมานั้น ถูกต้องตามที่เราเข้าใจหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงต่อ รถถัง หากขึ้นชก
ส่วนเรื่องที่รถถัง เคยออกมาพูดว่ามีการเซ็นสัญญาถึง 30 ฉบับนั้น นายสันติวัสถ์ เผยว่า เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด รถถัง อาจจะพูดไม่เป็น จริงๆแล้วมันมี สัญญาเดียว แต่มีจำนวนหน้ามากกว่า 20 หน้า ซึ่ง รถถัง ยืนยันมาตลอดคือ ลงนามแค่ แผ่นเดียว
ด้าน รถถัง จิตรเมืองนนท์ เผยว่า สัญญาฉบับที่ผมเซ็นไปนั้น ยังไม่เคยได้รับกลับมา ผมเลยขอไปนานมาก ทำให้เรารู้สึกว่า แปลกๆ เพราะเราเคารพ ONE อยู่เสมอ จนเพิ่งมาได้เมื่อปลายปี 68 นี้เอง แต่สัญญาก็ไม่มีลายเซ็นของผู้บริหาร ONE อยู่
ผมยังมีมิตรภาพที่ดี เป็นเด็กที่ดีเสมอ พร้อมจะให้เจรจา แผนการย้ายไปอยู่องค์กรใหม่ยังไม่คิด เพราะยังเคารพ ONE อยู่เสมอ ยังพร้อมขึ้นชกไปทำหน้าที่ เอาชัยชนะมาสู่คนไทย
"ที่ผ่านมายังไม่ได้คุยกับ พี่ชาตรี เลย ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับ พี่ชาตรี ยังรักและเคารพเหมือนเดิม แค่อยากรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ผมไม่ได้อยากต่อสู้กับพี่ชาตรี เขาเป็นผู้ชายที่ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น ผมอยู่บ้านตลอดพี่ชาตรี มาหาผมได้เสมอ หรือให้ผมไปหาพี่ก็ได้ ถึงตรงนี้ผมยังไม่คิดอยากจะหนี ONE ไปไหน"
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อสารผิดพลาด! ทนาย รับ รถถัง คลาดเคลื่อนไม่ได้เซ็น 30 สัญญา แจงมีแค่ฉบับเดียว แต่มี 20 หน้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th