โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทะลุแสนรายต่อสัปดาห์! นทท.จีนยุคใหม่ เน้นช้อปของฝากไทย-ส่งพัสดุกลับจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 09.30 น.

เปิดพฤติกรรม "Buy Gift Home" ดันยอดซื้อขนมและสินค้า OTOP พุ่ง รับอานิสงส์นทท.จีนครองแชมป์เข้าไทยสูงสุด Consumer Insight เผยคนจีน 82% ใส่ใจสุขภาพ ดันผลไม้อบแห้ง-ทุเรียนกรอบ ขึ้นแท่น "Must Buy Item" โลจิสติกส์ข้ามพรมแดนกลายเป็นฟันเฟืองใหม่ ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดด้านน้ำหนักสัมภาระ ดันยอดใช้จ่ายต่อหัวขยายตัว

16 เมษายน 2569 ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 11 ของปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศรวมกว่า 628,451 คน เพิ่มขึ้น 1.98% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงเป็นกลไกหลักด้วยจำนวนเกือบ 1 แสนรายต่อสัปดาห์ (96,600 คน) สะท้อนว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในใจชาวจีน

กำลังซื้อจีนฟื้นตัว: ช้อปปิ้งของฝากไทยคือเป้าหมายหลัก

อย่างไรก็ตาม เทรนด์การท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญหรือคาเฟ่ยอดฮิต แต่กำลังซื้อส่วนใหญ่ถูกเทไปที่การ "ช้อปปิ้งของฝากและขนมไทย" เพื่อนำรสชาติเอกลักษณ์กลับไปบริโภคหรือแจกจ่ายตามค่านิยม "买礼物回家" (ซื้อของขวัญกลับบ้าน) โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือกลุ่มที่เน้นธรรมชาติและคุณภาพดี เช่น ผลไม้อบแห้ง มะม่วงกวน ทุเรียนอบกรอบ และสินค้า OTOP ซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและราคาที่คุ้มค่า

Health & Quality: กุญแจสำคัญในการเจาะตลาด Gen Z และ Millennials

ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials มีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น โดย 82% ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและโภชนาการเป็นอันดับต้นๆ ขณะที่ 80.6% ต้องการข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสารเติมแต่งและปริมาณน้ำตาล

ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยที่เป็น "Product of Nature" จึงตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสินค้ากลุ่มอาหารแปรรูปและของฝากพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซันและเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนมองหาช่องทางที่สามารถเข้าถึงสินค้าไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างสะดวกในทุกพื้นที่

โลจิสติกส์ข้ามพรมแดน: ตัวช่วยปลดล็อก "มูลค่าการซื้อ" ต่อหัว

ปัจจัยสำคัญที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวจีนคือ "ข้อจำกัดด้านน้ำหนักสัมภาระ" และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสินค้าในระหว่างการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าจำนวนมาก แต่ในปัจจุบัน ภาคบริการโลจิสติกส์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ Pain Point นี้ ผ่านการนำเสนอทางเลือกในการ "ส่งของกลับบ้าน" โดยตรงจากจุดซื้อในประเทศไทย

"เราต้องการให้ทุกคนช้อปได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าหรือการขนของกลับบ้าน บริการข้ามพรมแดนช่วยให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับประสบการณ์เที่ยวไทยได้มากขึ้น และช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้แข็งแกร่งขึ้น" — นาย เจียเหว่ย จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย)

ยกระดับมาตรฐานบริการรับส่งพัสดุไทย-จีน

เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวจีนที่ "ซื้อเยอะและเดินทางบ่อย" ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในไทยอย่าง KEX (เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส) จึงได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ SF Express ผู้นำด้านโลจิสติกส์รายใหญ่จากจีน เพื่อให้บริการส่งพัสดุข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 เมืองใหญ่ทั่วประเทศจีน รวมถึงเมืองรองและหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น และซีอาน

ด้วยระบบติดตามพัสดุแบบ Real-time และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเกิดความเชื่อมั่นในการส่งสินค้าไทยกลับบ้าน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ยอดการใช้จ่ายภาคการท่องเที่ยวของไทยเติบโตขึ้นจากการหมุนเวียนของสินค้าของฝากและของอุปโภคบริโภคที่ส่งตรงถึงหน้าบ้านผู้รับในจีนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...