โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MRDIYT แนะนำ “ซื้อ” เป้า 10.50 บาท งบไตรมาส 1/2569 ตามคาดและยังโตต่อเนื่อง

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #MRDIYT แนะนำ “ซื้อ” เป้า 10.50 บาท งบไตรมาส 1/2569 ตามคาดและยังโตต่อเนื่อง

บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MRDIYT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 20.2% จากไตรมาสก่อน โดยผลประกอบการสอดคล้องกับประมาณการของเราและ Bloomberg Consensus

กำไรที่เติบโตได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่ขยายตัวแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับดีขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 21.4% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ GPM เพิ่มขึ้น 0.3 จุด มาอยู่ที่ 52.0% ซึ่งอยู่ในกรอบบนของเป้าหมายผู้บริหารที่ 51-52% สำหรับปี 2569

การปรับตัวดีขึ้นของ GPM มาจากประโยชน์ด้าน Economies of Scale การบริหารจัดวางสินค้า (Merchandising) และ Product Mix ที่ดีขึ้น

ด้านต้นทุนทางการเงินลดลง 22.7% จากปีก่อน เหลือ 73 ล้านบาท หลังบริษัททยอยชำระหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ IPO ส่งผลสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิ

เรามองคุณภาพการเติบโตของบริษัทในเชิงบวก โดยจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันยังทรงตัวที่ 321 รายการ เทียบกับ 319 รายการในไตรมาส 1/2568 สะท้อนว่ายังไม่มีสัญญาณการกินส่วนแบ่งตลาดกันเองระหว่างสาขา (Store Cannibalisation)

ขณะที่มูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมทรงตัวที่ 161.8 บาท ลดลงเพียง 0.8% จากปีก่อน และอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังเป็นบวกที่ 0.1%

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่าปัจจัยที่ยังกดดันผลประกอบการ คือ “Basket Depth” หรือจำนวนสินค้าที่ลูกค้าซื้อต่อครั้ง ซึ่งลดลง 5% จากปีก่อน เหลือ 3.6 ชิ้นต่อธุรกรรม จากเดิม 3.8 ชิ้น สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

หลังการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เรามองว่า MRDIYT ยังมีแนวโน้มเติบโตชัดเจนในปี 2569 โดยผู้บริหารยังคงเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ 210 สาขาในปีนี้ และมากกว่า 90% ของสาขาตามแผนได้มีการทำสัญญาหรืออยู่ระหว่างก่อสร้างแล้ว

แผนขยายสาขายังคงเน้นสาขานอกศูนย์การค้า (Standalone) ซึ่งคิดเป็น 94% ของสาขาใหม่ในไตรมาส 1/2569 โดยสาขารูปแบบดังกล่าวมียอดขายเติบโต 30.1% จากปีก่อน สูงกว่าสาขาในศูนย์การค้าที่เติบโต 3.3%

ด้านความเสี่ยงของอัตรากำไรยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าทรงตัว บริษัทได้สั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าไปถึงไตรมาส 3/2569 แล้ว และต้นทุนขนส่งรวมถึงโลจิสติกส์ภายในประเทศมีสัดส่วนเพียง 0.6% และ 0.5% ของรายได้จากการขายตามลำดับ

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 10.50 บาท อิง PER ปี 2570 ที่ 17 เท่า หรือระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของกลุ่ม Home Improvement ราว 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

เรามองว่า MRDIYT เป็นหนึ่งในหุ้นค้าปลีกไทยที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุด จากแรงหนุนของการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว จำนวนธุรกรรมต่อสาขาที่ยังทรงตัว อัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

แม้ยังมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต และผลขาดทุนจากร้าน KKV ซึ่งต้องติดตามต่อเนื่อง แต่เรามองว่าบริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ และไม่กระทบต่อ Investment Thesis หลัก

ดังนั้น MRDIYT ยังคงเป็น Top Pick ของเราในกลุ่มค้าปลีก โดยความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความท้าทายในการขยายสาขา และผลกระทบจากเงินบาทอ่อนค่าต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าและอัตรากำไร ขณะที่ปัจจัยบวกเพิ่มเติมคือการเปิดสาขาได้เร็วกว่าคาด และโอกาสที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะถัดไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...