โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธปท.จี้แบงก์ปล่อยกู้เอสเอ็มอี ผุด‘SMEs Secure+’ยืดหยุ่นหลักประกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
วิทัย รัตนากร

ธปท.งัดมาตรการ “SMEs Secure+” กระทุ้งธนาคารปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่ม ส่งสัญญาณผ่อนปรนเกณฑ์พิจารณาชั่วคราว 12 เดือน ให้น้ำหนัก “หลักประกัน” แทน “กระแสเงินสด” ที่อาจถูกกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง หวังปลดล็อกผู้ประกอบการเข้าถึงง่ายขึ้น “ทิสโก้” จ่อออก Product Program ชี้เกณฑ์ ธปท.ยืดหยุ่นขึ้น หนุนสภาพคล่องกลุ่มมีศักยภาพ ป้องกันกู้นอกระบบ ฟากแบงก์ใหญ่ยังไม่ตัดสินใจร่วมมาตรการ ชี้ต้องระวังหนี้เสีย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูง ธปท.ได้เตรียมชุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ไว้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ โดยล่าสุดได้ออกมาตรการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง” หรือ “SMEs Secure+” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่เน้นการเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ให้สถาบันการเงินนำมูลค่าหลักประกันมาประกอบการพิจารณากระแสเงินสดของลูกหนี้แทนที่จะพิจารณาเพียงกระแสเงินสดหรือสถานะทางการเงินในปัจจุบันที่อาจได้รับผลกระทบชั่วคราวและไม่ใช่สถานะปกติ

“มาตรการ “SMEs Secure+” ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจ “ที่มีหลักประกัน” แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ในภาวะปกติ ซึ่งหลักประกันจะมี 2 แบบ คือ 1.หลักประกันเดิม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้กระแสเงินสดติดขัด รายได้หรือกำไรจากการทำธุรกิจปรับลดลง จึงเอาหลักประกันเดิมมาใช้เพื่อขอสินเชื่อเพิ่มเติม และ 2.หลักประกันใหม่ หรือหลักประกันปลอดภาระมาขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน”

จุดเด่นของ “SMEs Secure+” คือ ธปท.ส่งสัญญาณผ่อนคลายเกณฑ์กำกับให้กับสถาบันการเงินอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดย ธปท. อนุญาตให้ธนาคารผ่อนเกณฑ์การพิจารณาเรื่องของกระแสเงินสดหรือรายได้ที่ลดลงในช่วงที่ได้รับผลกระทบมาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาสินเชื่อ โดยให้พิจารณาความสามารถในการหารายได้ในช่วงภาวะปกติแทน รวมถึงหากเป็นหลักประกันเดิมไม่ต้องวิเคราะห์ใหม่ เพื่อให้โอกาสสถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากกว่าเดิม และธุรกิจมีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดย ธปท.จะผ่อนปรนเกณฑ์ชั่วคราว 12 เดือน

“ไม่เคยมีครั้งไหนที่ ธปท.ผ่อนปรนการพิจารณาเรื่องกระแสเงินสดให้ชั่วคราว 12 เดือน แต่เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบระยะสั้น จากราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรลดลงหรือกระแสเงินสดติดขัด สามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น คาดว่าธนาคารจะทยอยออกโปรดักต์ภายใน 1-2 เดือนนี้ และทยอยสื่อสารผ่านสาขาต่อไป”

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า โครงการ “SMEs Secure+” เป็นนโยบายของ ธปท.ที่ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการสภาพคล่อง จากแนวโน้มสภาพคล่องของเอสเอ็มอีที่หดตัว ธปท.จึงปรับเกณฑ์ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้น้ำหนักเรื่องของหลักประกัน

“คนที่มีที่ดิน บ้าน รถยนต์ ที่เป็นทรัพย์สินของตัวเอง หรืออาจจะเป็นของญาติพี่น้อง สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ โดยลูกค้ากลุ่มนี้อาจจะเป็นกลุ่มสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2 หรือ SM) จากเดิมสถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากพิจารณาจากกระแสเงินสด (Cash Flow) เริ่มเห็นสัญญาณกระท่อนกระแท่น ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ที่ต้องการสินเชื่อและไม่ได้สินเชื่ออาจจะหนีไปกู้เงินนอกระบบ หรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าในระบบ”

นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ทิสโก้กำลังพิจารณาวงเงิน และกรอบระยะเวลา เพื่อเสนอคณะกรรมการธนาคาร คาดว่าภายในกลางเดือน พ.ค.นี้ น่าจะมีการสื่อสารและสามารถออกโปรดักต์โปรแกรมในโครงการนี้ออกมาได้ โดยอาจจะมีการปรับเทอมการผ่อนชำระ เช่น จากเดิมผ่อนระยะเวลา 5-7 ปี อัตราการผ่อนเท่ากันทุกงวด แต่อาจจะปรับเป็น “บอลลูน” ให้การผ่อนชำระเป็นแบบ “Step Up”เนื่องจากช่วงแรกลูกค้ากลุ่มนี้รายได้ อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น และรายได้ทยอยกลับมาช่วงหลัง เป็นต้น

“ลูกค้าที่คาดว่าจะเข้ามาร่วมโครงการดังกล่าวน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้การสต๊อกสินค้ามีต้นทุนสูงขึ้น แต่เป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากยังมีคำสั่งซื้อ แต่อาจจะขาดสภาพคล่องจากต้นทุนราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น จึงนำหลักประกันมาขอสินเชื่อเพิ่มเติม อย่างไรก็ดีลูกค้าเดิมที่อยู่กับธนาคารแต่ไม่มีหลักประกันเชื่อว่าสถาบันการเงินทุกแห่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง”

ด้านแหล่งข่าวจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเข้าร่วมมาตรการแบงก์อยู่ระหว่างพิจารณา เนื่องจากเป็นมาตรการที่ไม่ได้บังคับ ขึ้นกับความสมัครใจ อย่างไรก็ดีลักษณะของมาตรการ “SMEs Secure+” จะคล้ายกับสินเชื่อที่ธนาคารออมสินทำอยู่ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดีภายใต้เศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก และปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้เอสเอ็มอีไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นธนาคารจำเป็นต้องรัดกุมในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ โดยยังคงอ้างอิงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเป็นหลัก เพราะหากลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้จะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แม้ว่าจะมีหลักประกัน เพราะว่าส่วนหนึ่งลูกค้าอาจจะไม่ได้นำสภาพคล่องไปหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ จึงเป็นความกังวลต่อสัญญาณหนี้อาจจะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

“ปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ใช่ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นปัญหาความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเรายังคงต้องพิจารณากระแสเงินสด และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อป้องกันหนี้เสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าหลาย ๆ ธนาคารคงอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าร่วมโครงการ และหลายธนาคารก็ให้ความกังวลเช่นเดียวกัน”

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุด ธปท.ได้ออกหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินทุกแห่งให้ความร่วมมือในการปล่อยสินเชื่อใหม่ และดำเนินตามมาตรการที่ ธปท.ออกมา เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท.จี้แบงก์ปล่อยกู้เอสเอ็มอี ผุด‘SMEs Secure+’ยืดหยุ่นหลักประกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...