ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.50-32.50 บาท จับตาตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน
"ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" รายงานเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าทะลุแนว 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ
เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ หลัง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกอ่อนค่ากลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อหนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบสูงต่อเนื่อง (ล่าสุด ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป)
ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงท้ายสัปดาห์ (นับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 2568) สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับฟันด์โฟลว์ของต่างชาติที่อยู่ในฝั่งขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยก็เป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน
ในทางกลับกัน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ประกอบกับมีแรงหนุนจากบอนด์ยีลด์สหรัฐ ที่ปรับสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่อาจทำให้เฟดไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้
ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 2569 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 32.27 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 มี.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 20,036 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ตลาดพันธบัตรไทย 15,261 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 14,359 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 902 ล้านบาท)
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ผลการประชุมเฟด (17-18 มี.ค.) ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดนิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน มี.ค. ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือน ม.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ BOE และ ECB ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของยูโรโซน รวมถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR และเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือน ม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร