เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,470-1,490 จุด โดยระยะสั้นยังมีตัวแปรสำคัญ คือ การเคลื่อนไหวของ DELTA กับท่าทีหลังประกาศกำไร 1Q26 ที่แม้สูงกว่าคาด แต่ราคาก็ค่อนข้างผันผวนสูง อย่างไรก็ตามภาพรวมในกลุ่มอื่นๆคาดว่าจะแกว่งทรงตัวเนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ล่าสุดยังคงไม่มีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติมในด้านสงคราม ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent มีความผันผวนทางลบเล็กน้อย แต่ยังยืนเหนือระดับ US$100 ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ตลาดยังคงรอความชัดเจนจากการประชุมธนาคารกลางหลักหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ได้แก่ BoJ ECB BoE กนง. โดยเฉพาะ Fed ที่จะประกาศในคืนนี้ ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นเดิม แต่โฟกัสหลักอยู่ที่มุมมองเศรษฐกิจในระยะถัดไปโดยเฉพาะเงินเฟ้อที่ถูกกระทบจากสงคราม
ส่วนปัจจัยในประเทศยังมีประเด็นเรื่องโครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่งยังไม่ได้เข้าพิจารณาในการประชุมครม.เศรษฐกิจ โดยรอความชัดเจนของแหล่งเงินและคาดว่าจะเข้าที่ประชุมสัปดาห์หน้าแทน เราประเมินตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักผลประกอบการ 1Q26 ที่เริ่มทยอยประกาศหนาแน่นมากขึ้นสัปดาห์นี้ โดยหุ้นที่มีกำไรแข็งแรงและกระทบจากสงครามจำกัดมีแนวโน้ม Outperform ตลาด
กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ : SCC
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 250 บาท
• กำไรของ SCGP ที่ดีเกินคาด มีโอกาสทำให้ SCC ที่จะประกาศงบฯ เย็นนี้ดีกว่าคาดด้วยเพราะกำไรของ SCGP เป็นกำไรหลักของ SCC (สัดส่วนประมาณ 30%)
• ผลของสงครามตะวันออกกลางหนุนให้ Spread ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสูงขึ้นมาก เป็นแรงหนุนกำไร 1Q26 ที่เราคาดว่าจะทำได้ 4.6 พันลบ. +321% y-y และดีขึ้นจากขาดทุน 3.7 พันลบ.ใน 4Q25 และ Spread ที่ดีขึ้นมากช่วยจำกัดผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่อง LSP
• แนวรับ 222 บาท แนวต้าน 229//235 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบ มีโอกาสปรับตัวลง โดยสถานการณ์ที่ตลาดกำลังให้ความสนใจ คือการรายงานผลประกอบการ และการกลับมาเจรจาอีกครั้งระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน
ปัจจัยในประเทศ
- มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล : ครม. เคาะ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” ตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท ภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมสนับสนุนสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เร่งลดการใช้พลังงานทั่วประเทศ นำเข้าวงประชุม กพช. 29 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ การลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น จะสร้างแรงกดดันทางด้านกระแสเงินสด (Cash reduction) ในระยะสั้นต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, PTTGC, BCP)
- จับตา กนง. ประชุมวันนี้ คาดตรึงดอกเบี้ย : การประชุมในวันนี้ เสียงส่วนใหญ่ประเมินว่า กนง. จะตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.0% ไว้ก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์สงคราม …. เราประเมินว่า กนง. มี room ในการลดดอกเบี้ย อีกราว 1 ครั้ง คือ 0.25% แต่น่าจะเก็บกระสุนนัดนี้ ไว้ใช้เมื่อถึงเวลาจำเป็น หรือได้รับการร้องขอจากทางรัฐบาล ทั้งนี้ หุ้นที่อิงกับทิศทางดอกเบี้ย จะเป็นธนาคาร(ลบ ถ้าลดดอกเบี้ย) และอสังหาฯ (บวก ถ้าลดดอกเบี้ย)
- คลังหั่นเป้า GDP ปี 69: ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.6% (จากเดิม 2.0%) และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเป็น 3% จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
- คลังเตรียมแผนกู้เงิน-ขยายเพดานหนี้: เลิกค้ำกองทุนน้ำมันฯ เพื่อตุนกระสุนกู้วิกฤตเศรษฐกิจ
- ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.49/32.50 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงเช้า โดยตลาดกำลังรอประเมินผลการประชุม กนง. และผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow): ภาพรวมตลาดหุ้นวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,044 ล้านบาท (SET+MAI) ขณะที่สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,820 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1,886 ล้านบาท ส่วนตลาดตราสารหนี้ต่างชาติซื้อสุทธิ 669 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านได้ขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาสองเดือน
- UAE เตรียมถอนตัวจาก OPEC: ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือน ก.ค. พุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวลงมาที่ 104 ดอลลาร์/บาร์เรล ทันทีที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศสร้างความประหลาดใจว่าจะ “ถอนตัว” ออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ในเดือนหน้า
- ตลาดเอเซีย จะแกว่งกรอบแคบ รอดูงบ Tech คืนนี้ : วันที่ผ่านมา ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวลดลง 0.4% นำโดยแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) นักลงทุนกำลังจับตาการรายงานงบของ Alphabet, Meta Platforms, Microsoft และ Amazon ในวันพุธนี้ ซึ่งผลประกอบการของกลุ่ม 7 นางฟ้า (Magnificent Seven) จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเม็ดเงินลงทุน (Capex) ด้าน AI ของโลกในปี 2026 และจะส่งผลโดยตรงต่อความต้องการฮาร์ดแวร์ของบริษัทต้นน้ำในเอเชีย ท่ามกลางกระแสข่าวเชิงลบเรื่องเป้าหมายการเติบโตของ OpenAI
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event - TH: การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) – BoT Benchmark Interest Rate
- EC: ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence – Apr)
- US: ดุลการค้าสินค้าเบื้องต้น (Advance Goods Trade Balance – Apr)
- US: ยอดการสร้างบ้านใหม่ (Housing Starts MoM – Apr)
- US: ยอดการขออนุญาตก่อสร้าง (Building Permits MoM – Apr)
Technical : BCH, KAMART
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,465– 1,470 แนวต้าน 1,485 – 1,490 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวหลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถตกลงเปิดช่องแคบฮอรมุช ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น กอปรรอผลการประชุมของ ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำซื้อเก็งกำไร PTTGC,IVL คาดกำไร Q1/69 เติบโตดี / GUNKUL, SINGER ผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์ทีประโยชน์จากการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้เกิน 200 หน่วย/เดือน / พักเงินในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB
IVL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 22.70 บาท) แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อ supply chain ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดย IVL ได้ประโยชน์จาก spread integrated PET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากการขาดแคลน feedstock (MEG) ของผู้ผลิตทางฝั่งเอเชีย ส่งผลให้ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลง นอกจากนี้ IVL ยังมีข้อได้เปรียบจากการกระจายความเสี่ยงของโรงงานไปยังหลายภูมิภาคไม่ได้พึ่งพิงวัตถุติบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนผลประกอบการในปี 69 ตลาดคาดพลิกเป็นกำไรสุทธิ 4.1 พันล้านบาท จากปี 68 ที่ขาดทุน 7.3 พันล้านบาท
TNP* (ทะยอยซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 3.90บาท) การดำเนินงานใน 1Q69 คาดว่าปัจจัยบวกลบจะหักล้างกันไป อย่างไรก็ตาม ช่วงถัดไป คาดมีแรงหนุนจากมาตรการช่วยค่าครองชีพ/กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล โดยทาง TNP* เองวางเป้าหมายรายได้ในปี69 นี้ จะเติบโตราว 10-15% วางแผนขยายสาขาใหม่อีก 8 สาขาบริเวณภาคเหนือที่งบลงทุน 130 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของTNP* จะอยู่ที่ 220 ลบ.(+3%YoY) และ 237 ลบ.(+8%YoY) ในเชิง Valuation ราคายังดูไม่แพง โดยอิงจาก Consensus ปี69F Forward PE ที่ 11x, PBV ที่ 1.6x และ Dividend Yield ที่ 4%