โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เติมน้ำมันตอนเช้าตรู่คุ้มสุดจริงหรือ? ไขข้อข้องใจเติมตอนไหนได้เยอะกว่ากัน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 12.01 น.
ภาพไฮไลต์

ไขข้อสงสัยคนใช้รถ เทคนิคเติมน้ำมันเวลาไหนคุ้มค่าที่สุด? เติมตอนเช้าได้ปริมาณเยอะกว่าจริงไหม สรุปข้อเท็จจริงเรื่องอุณหภูมิกับปริมาณน้ำมัน พร้อมวิธีประหยัดน้ำมันที่ทำได้จริง

ความเชื่อเรื่องการเติมน้ำมันตอนเช้า

ผู้ใช้รถหลายคนคงเคยได้รับคำแนะนำที่ว่า “ควรเติมน้ำมันในตอนเช้าตรู่ หรือช่วงเวลากลางคืนที่อากาศเย็น” โดยอ้างอิงจากหลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ว่า ของเหลวจะหดตัวเมื่อมีความเย็น และขยายตัวเมื่อมีความร้อน ส่งผลให้เกิดความเชื่อที่ส่งต่อกันมาว่า หากเราเอารถไปเติมน้ำมันในช่วงที่อุณหภูมิต่ำ น้ำมันจะมีความหนาแน่นสูง ทำให้ได้ปริมาณน้ำมันที่ “เต็มเม็ดเต็มหน่วย” มากกว่าการเติมในช่วงกลางวันที่แสงแดดร้อนจัด

เติมน้ำมันเวลาไหนคุ้มที่สุด?

ทำไมอุณหภูมิภายนอกถึงไม่ส่งผลต่อปริมาณน้ำมัน?

แม้หลักการเรื่องการขยายตัวของของเหลวตามอุณหภูมิจะเป็นความจริง แต่ในบริบทของสถานีบริการน้ำมันนั้น ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและวิศวกรรมยานยนต์ระบุว่า สถานีบริการทุกแห่งมีมาตรฐานการจัดเก็บความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่จะถูกฝังไว้ใต้ดินลึกลงไป

ถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่จะถูกฝังไว้ใต้ดินลึก ทำให้อุณหภูมิของน้ำมันในถังให้ค่อนข้าง “คงที่ตลอดทั้งวัน”

สภาพแวดล้อมใต้ผิวดินทำหน้าที่เสมือนฉนวนกันความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำมันในถังให้ค่อนข้าง “คงที่ตลอดทั้งวัน” ไม่ได้รับผลกระทบจากแสงแดดหรือสภาพอากาศภายนอกโดยตรง ดังนั้น ไม่ว่าผู้ใช้รถจะเลือกเติมน้ำมันในเวลาเช้า กลางวัน หรือกลางคืน ความหนาแน่นของน้ำมันที่ถูกสูบผ่านหัวจ่ายขึ้นมาก็แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย ปริมาณน้ำมันที่ได้รับจึงมีค่าเท่ากัน การเลือกเวลาเติมน้ำมันเพื่อหวังความคุ้มค่าจึงไม่ได้ช่วยให้ประหยัดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การเลือกเวลาเติมน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า กลางวัน หรือกลางคืน ไม่ได้ทำให้ปริมาณน้ำมันที่คุณได้รับแตกต่างกัน เนื่องจากระบบถังจัดเก็บใต้ดินที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่อยู่เสมอ สิ่งที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด คือการติดตามราคา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ไม่ให้กระชาก ตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์และลมยางให้พร้อมใช้งาน ซึ่งเป็นเทคนิคการประหยัดน้ำมันที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและยั่งยืนที่สุด

3 เทคนิคเติมน้ำมันและการขับขี่เพื่อความประหยัดที่แท้จริง

แม้ช่วงเวลาในการเติมน้ำมันจะไม่มีผลต่อปริมาณที่ได้ แต่พฤติกรรมการใช้รถยนต์กลับมีผลโดยตรงต่อความประหยัด ขอแนะนำเทคนิคที่ช่วยให้คุณใช้น้ำมันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถัง

ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันในถังเหลือน้อยจนขีดแดงหรือไฟเตือนโชว์บ่อยๆ เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการทำให้ปั๊มเชื้อเพลิง (ปั๊มติ๊ก) ทำงานหนักและระบายความร้อนไม่ได้จนเกิดความเสียหายแล้ว พื้นที่ว่างในถังที่มากเกินไปยังทำให้เกิดช่องว่างอากาศ ส่งผลให้น้ำมันเกิดการระเหยได้ง่ายขึ้น การเติมน้ำมันเมื่อเกจ์วัดชี้อยู่ที่ระดับ 1/4 ของถังจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด

2. ตรวจเช็กลมยางอย่างสม่ำเสมอ

ลมยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทานบนหน้าสัมผัสพื้นถนน ทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงลากจูงมากขึ้นและเผาผลาญน้ำมันมากกว่าปกติ การเติมลมยางตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในคู่มือประจำรถ (หรือป้ายสเปกข้างประตูคนขับ) เป็นหัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงานและการขับขี่ที่ปลอดภัย

3. ติดตามราคาและโปรโมชันบัตรเครดิต

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคุ้มค่ามากที่สุดคือ “ราคาหน้าปั๊ม” ผู้ใช้รถควรติดตามข่าวสารการประกาศปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า รวมถึงการเลือกใช้บัตรเครดิต หรือบัตรสมาชิกของสถานีบริการน้ำมันที่มีโปรโมชันสะสมคะแนน แลกส่วนลด หรือให้เครดิตเงินคืน (Cashback) ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยตรงได้อย่างเห็นผล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เติมน้ำมันตอนเช้าตรู่คุ้มสุดจริงหรือ? ไขข้อข้องใจเติมตอนไหนได้เยอะกว่ากัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...