โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภัทรพงศ์’ จี้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติ PM 2.5 ครบ 9 จังหวัดภาคเหนือ

The Reporters

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 08.42 น.

‘ภัทรพงศ์’ เดือดถามลมหายใจคนเหนือมีความหมายหรือไม่ ซัดพรรคแกนนำรัฐบาลดีแต่ลมปากบอกจะแก้ปัญหาภัยพิบัติ แต่ทำจริงไม่ได้สักอย่าง ปลุก ‘อนุทิน’ มียางอายลุกมาสางปมฝุ่นพิษ แนะเพิ่มอาสาชุมชน-สวัสดิการคนดับไฟ เร่งเจรจาฝุ่นข้ามแดน ท้า ‘สุชาติ’ ลาออก หากไม่ดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

วันนี้ (1 เม.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง มาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม

นายภัทรพงศ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ขอแสดงความเสียใจกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้ญัตตินี้ส่งไปถึงคณะรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เพราะตอนนี้ภาคเหนือกำลังป่วยหนักและเสียชีวิตอย่างช้า ๆ จากอากาศหายใจที่เป็นพิษที่มาจากการละเลยปัญหาของรัฐบาล ภาคเหนือตอนนี้เจอปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 หนักมาก โดยเฉพาะพื้นที่ 9 จังหวัดที่แค่ตื่นขึ้นมาก็เหม็นกลิ่นควันไหม้ ใช้ชีวิตประจำวันแทบไม่ได้ ต่อให้ใส่หน้ากาก N95 ก็แสบตาอยู่ดี

จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนนี้ค่าฝุ่นพุ่งขึ้นถึง 300 มคก./ลบ.ม. แทบทุกพื้นที่บางพื้นที่ทะลุถึง 700 มคก./ลบ.ม. ส่วนดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทะลุ 1,956 ในเมื่อวานนี้แล้วฝุ่นพิษหนักขนาดนี้ประชาชนเลือดกำเดาไหลเยอะมาก เด็กต้องเข้าไอซียูหลายราย หลายคนโรคหัวใจกำเริบเต้นผิดจังหวะเพราะมีฝุ่นพิษเป็นตัวกระตุ้น อยากให้ลองคิดภาพตามว่าหากพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วคนในครอบครัวเลือดกำเดาไหลจากฝุ่นพิษ คนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้อากาศอย่างหนักจนต้องขับรถไปส่งโรงพยาบาล คนในครอบครัวเกิดอาการแน่นหน้าอกหัวใจเต้นผิดจังหวะจนต้องวิ่งไปเอายาโรคหัวใจ โทรเรียกรถพยาบาลมารับ หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดที่บ้านของพวกคุณจะทำอย่างไร

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ไม่ได้พูดถึงความเสี่ยงโรคมะเร็งปอดที่ยังไม่ได้แสดงผลในวันนี้ คนภาคเหนือมีอัตราความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากที่สุดในประเทศทั้งที่มีอัตราการสูบบุหรี่น้อยที่สุดในประเทศ ยังไม่รวมผลกระทบเรื่องปากท้อง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะปัจจุบันเอาชีวิตให้รอดก็ยากแล้ว เรารู้อยู่แล้วว่าในเดือน มี.ค.-เม.ย. ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด ต้นตอมาจากไฟป่าและฝุ่นจากต่างประเทศ ตนเองอภิปรายอย่างละเอียดมา 3 ปีแล้วว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างต้องทำงานอย่างหนักก่อนปัญหาจะเกิด การแถลงนโยบายครั้งที่ผ่านมาตนเองก็ชี้ชัดให้รัฐบาลเห็นว่าตอนนี้ปัญหาคือ งบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่พอ รัฐบาลต้องวางแผนจัดสรรงบเกี่ยวกับไฟป่าภายในเดือน พ.ย. เพราะรัฐบาลก่อนหน้ามีการตัดงบประมาณท้องถิ่นดับไฟป่าไปกว่าพันล้าน ทำให้ท้องถิ่นมีงบประมาณหลักหมื่นในการจัดการไฟป่า ซึ่งรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่มีการดำเนินการอะไร

เห็นชัดเจนว่าผลที่เรารับกันอยู่มาจากการละเลยต่อปัญหาของรัฐบาล ละเลยต่อข้อเสนอแนะในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลละเลยต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และกำลังละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตฉุกเฉิน เพราะ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกาศเขตภัยพิบัติทั้งหมดแล้ว แต่มีเพียงจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีอัคคีภัย เพราะไม่กล้าที่จะประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้งที่การประกาศแบบนี้ทั้งจังหวัดจะช่วยปลดล็อกเงินฉุกเฉินเงินทดรองราชการที่แต่ละจังหวัดจะมีงบประมาณอยู่ 50 ล้านบาท มีงบประมาณของแต่ละทุกกระทรวงรวมกัน 570 ล้านบาท รวม 9 จังหวัด เป็น 1,020 ล้านบาท ซึ่งขอขยายกรอบวงเงินและขอใช้งบประมาณนอกหลักเกณฑ์ได้ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการ

“ถามตรง ๆ ว่าลมหายใจของประชาชนภาคเหนือมีความหมายกับรัฐบาลบ้างหรือเปล่า เพราะถ้ายังมีความหมายอยู่ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วนคือการประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กับ 9 จังหวัดภาคเหนือ และยกระดับภัยเป็นระดับ 3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ นายอนุทิน มานั่งหัวโต๊ะบัญชาการแล้วให้กระทรวงแต่ละกระทรวงปลดล็อกทำงานอย่างเต็มกำลัง”

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า เราต้องเพิ่มคนในชุมชนที่รู้จักพื้นที่ดีที่สุดให้มาดูแลป่า เฝ้าระวัง และลาดตระเวนพื้นที่ของเขาเอง เพิ่มกำลังเสริมตามความเสี่ยงของพื้นที่ สิ่งที่ต้องจัดการอย่างแรกคือรัฐบาลต้องเอาแผนที่ป่าทั้งหมดมากาง เทียบด้วยแผนที่เผาไหม้จาก GISTDA และเทียบกับดัชนีความแห้งแล้งในป่า ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยได้ทำไว้แล้ว เราจะได้แผนที่ที่ยังไม่มีการเผาไหม้ พร้อมระดับความเสี่ยงไฟป่า แบ่งเป็น สูง กลาง ต่ำ เพื่อให้เราจัดกำลังเสริม เสือไฟ เหยี่ยวไฟ หรือคนในชุมชน จัดสรรงบประมาณตามความเสี่ยงของพื้นที่ได้

สวัสดิภาพและชีวิตของคนดับไฟคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราละเลยไม่ได้ เราไม่สามารถให้คนดับไฟดับไฟได้ทุกวันอย่างน้อยต้องทำงาน 2 วันพัก 1 วัน เราไม่มีทางจะดับไฟได้ทุกวันเพราะจะมีอาการล้าสะสมเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก เพราะตนเองเคยวัดค่า PM 2.5 ขณะดับไฟพุ่งสูงขึ้นถึง 3,000 มคก./ลบ.ม. ซึ่งไม่ใช่ค่าปลอดภัยที่คนควรจะอยู่

เราต้องรับมือเรื่องสุขภาพ เอาข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาพล็อตหาพิกัดกลุ่มเปราะบาง เพื่อจัดสรร “มุ้งสู้ฝุ่น” ที่เป็นนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งช่วยลดฝุ่นได้ถึง 75% รวมถึงห้องปลอดฝุ่นและหน้ากาก N95 ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่มีการแจกแบบครอบคลุม

ขณะที่การเจรจาเรื่องฝุ่นข้ามแดน รัฐบาลต้องทำทันทีคือ การแจ้งปัญหานี้ไปที่ศูนย์ภัยพิบัติอาเซียน ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน สามารถขอความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกได้ ปัญหานี้ไม่ได้มีต้นตอแค่ในประเทศไทยแต่มาจากต่างประเทศด้วย รวมถึงหยุดเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนที่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แก้ประกาศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้ปัจจุบันจะมีประกาศออกมาว่าห้ามนำเข้าข้าวโพดที่เผา แต่มีการเปิดช่องโหว่ให้กับผู้นำเข้าสามารถรับรองตนเองนำเข้าง่าย ๆ

เราจำเป็นต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ไม่สนว่าพวกท่านคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะได้ตำแหน่งมาด้วยวิธีไหนในตอนนี้ แต่พวกท่านมีอำนาจงบประมาณอยู่ในมือแล้ว ขอให้ลุกขึ้นมาทำงาน ถ้าทำไม่เป็น วันนี้เปิดใจรับฟังเพราะประชาชนไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไป

“พรรคแกนนำรัฐบาลที่เคยอภิปรายในปีที่แล้ว เหมือนจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติถึงขั้นพูดว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะพัฒนาประเทศ นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะเดินไปข้างหน้า แต่นี่คือเวลาที่เราต้องหยุดและถอยหลังมาหนึ่งก้าวแล้วให้ความสำคัญกับเรื่องภัยพิบัติ จำคำพูดของตนเองได้ไหมครับ แล้ววันนี้การกระทำเป็นอย่างไร ภัยพิบัติมาสู่ประเทศไทยอีกรอบ ทำได้สักอย่างหรือเปล่า ดีแต่ลมปาก แต่ทำจริงไม่ได้สักอย่าง”

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะพลาดมากที่สุดคือ การไม่แก้ปัญหาที่โครงสร้าง ปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดต้องตกไป ถ้าสิ่งที่ตนเองพูดไม่จริง ขอให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มายืนยันพูดให้ประชาชนคลายความกังวล หากรัฐบาลชุดนี้ไม่หยิบร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดขึ้นมาพิจารณาภายในวันที่ 13 พ.ค. นี้ นายสุชาติ จะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้ากล้าพูดแบบนี้เชื่อว่าประชาชนคลายความกังวลแน่นอน เพราะตอนนี้รัฐบาลไม่เอาสักอย่าง แก้ปัญหาโครงสร้างไม่ทำ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ไม่เอา

อยากให้รัฐบาลเอาความรู้สึกเอาความทุกข์ของประชาชนมาใส่ในใจของตนเองบ้าง หากคนที่คุณรักเลือดกำเดาไหลไอเป็นเลือด โรคหัวใจกำเริบ พวกคุณจะปล่อยปละละเลยปัญหานี้ขนาดนี้หรือไม่ เลิกทำงานด้วยการสั่ง เพราะคำสั่งของนายกฯ ไปถึงผู้ว่าฯ เป็นคำขู่ ผู้ว่าฯ ไปขู่ปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอไปขู่คนดับไฟอีกที แทนที่จะได้พักจากการดับไฟป่าก็ต้องเข้าไปดับไฟทุกวันจนเกิดอาการล้าสะสมนำมาสู่ความเสี่ยงในการเสียชีวิต คำขู่แบบนี้แก้ปัญหาอะไรให้กับประชาชนไม่ได้ เลิกทำงานด้วยคำขู่และใช้มันสมองเสียที

“พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำข้อเสนอจากการอภิปรายในญัตติด่วนวันนี้ไปเร่งจัดการแก้ปัญหา PM 2.5 ให้กับประชาชน ขอให้คุณอนุทินรู้สึกอายกับการที่ประเทศไทยมีค่าฝุ่นพิษแย่อันดับหนึ่งของโลก ขอให้คุณอนุทินรู้สึกอายกับการที่ตนเองไม่ทำงานปล่อยปละละเลยจนฝุ่นพิษรุนแรงขนาดนี้ และหวังว่าญัตติด่วนของพรรคประชาชนจะทำให้คุณอนุทินมียางอาย ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาให้ภาคเหนือของประเทศไทยเสียที” นายภัทรพงศ์ ทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...