โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รมว.ทส. ‘สุชาติ’ ยกระดับสู้ไฟป่า–หมอกควัน ตั้งศูนย์ส่วนหน้าภาคเหนือ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน คุมเข้มเต็มกำลัง”

สยามรัฐ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 14.44 น.

วันนี้ (1 เมษายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยพบ 5 กลุ่มป่าที่มีจุดความร้อนสะสมสูงสุด ได้แก่ กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล กลุ่มป่าแม่ยม กลุ่มป่าศรีลานนา–แม่ลาว กลุ่มป่าถ้ำผาไท และกลุ่มป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย ลำปาง เชียงใหม่ แพร่ ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน เชียงราย พะเยา ทั้งนี้ กระทรวงฯ จึงยกระดับการทำงานเชิงรุกเต็มรูปแบบ เร่งบูรณาการทุกภาคส่วน ควบคู่การใช้เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อลดผลกระทบและเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) พ.ศ. 2569 ในพื้นที่รับผิดชอบของกระทรวงฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง “สั่งการ–ประสาน–ปฏิบัติ” เชื่อมโยงทุกหน่วยงานให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการควบคุมสถานการณ์ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวจะสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก พร้อมติดตามและรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือได้ทันต่อสถานการณ์ โดยแต่งตั้ง พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ปรึกษาศูนย์ และแต่งตั้ง นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้อำนวยการศูนย์

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน (ศทอ.) เสริมกำลังเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.ทส.1110) สนับสนุนภารกิจในพื้นที่เสี่ยง และร่วมวางแผนการบินกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดับไฟป่าอย่างตรงจุด อีกทั้งเน้นย้ำมาตรการ “คุมเข้มทุกมิติ” ได้แก่ เพิ่มกำลังลาดตระเวนทั้งภาคพื้นดินและอากาศ ใช้โดรนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งให้ผู้นำชุมชนสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์และบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาอย่างจริงจัง ตลอดจนควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นในเขตเมืองและงานก่อสร้าง ด้วยการฉีดพ่นน้ำลดฝุ่นต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แจกหน้ากากอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ เดินหน้าปฏิบัติการภาคสนามอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ได้ส่งชุดอากาศยานเข้าดับไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ สนับสนุนภารกิจในอำเภอปายและอำเภอเมือง โดยผลการปฏิบัติการในพื้นที่อำเภอปาย บินทิ้งน้ำ 28 เที่ยว รวม 14,000 ลิตร ควบคุมไฟได้บางส่วน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน บินทิ้งน้ำ 8 เที่ยว รวม 4,000 ลิตร ควบคุมไฟได้บางส่วน

ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานในพื้นที่ สะท้อนการบูรณาการที่เข้มแข็งและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยัน ยังคงเดินหน้าคุมสถานการณ์เต็มกำลัง ยกระดับการทำงานทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 และปกป้องสุขภาพประชาชนอย่างเร่งด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...