โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Summit” คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการ “Responsible AI Innovation Hackathon”

เดลินิวส์

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 10.18 น. • เดลินิวส์
ศูนย์ AIGC by ETDA รวมพลังจากทุกภาคส่วน จัดแคมเปญ Responsible AI Innovation Hackathon เร่งสปีดกระบวนการยุติธรรมไทยให้เร็ว แม่นยำ เป็นธรรมในยุคดิจิทัล พร้อมดึงไอเดียรุ่นใหม่ร่วมสร้างกระบวนการยุติธรรมด้วย AI อย่างรับผิดชอบ

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า เอ็ตด้า โดย ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AIGC) ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักพัฒนาบุคลากรเพื่อการยุติธรรม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ Academy) และบริษัทอะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ประเทศไทย จัดกิจกรรมรอบชิงชนะเลิศภายในโครงการ “Responsible AI Innovation Hackathon” ภายใต้โจทย์ “AI for Justice” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ต้นแบบที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และสร้างโอกาสให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้

“กิจกรรม Responsible AI Innovation Hackathon ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในบริบทที่มีความอ่อนไหวสูงอย่างกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิ เสรีภาพ และทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ทิศทางการพัฒนาและการประยุกต์ใช้งาน AI ในภาคส่วนนี้จึงจำเป็นต้องตั้งอยู่บนหลักการ “Responsible AI” หรือ AI ที่มีความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด โดยผลลัพธ์จาก AI จะต้องสามารถอธิบายเหตุผลของที่มาได้ มีความโปร่งใสในทุกขั้นตอน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลความลับของคดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในระยะยาว และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากอคติของระบบหรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม”

สำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศนี้ เป็นการประชันไอเดียของ 10 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกจาก 74 ทีม และบ่มเพาะอย่างเข้มข้นผ่านมาทั้งกิจกรรม Orientation และ Intensive Workshop โดยได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยี AI Infrastructure และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมตัวจริง เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าใจถึง Pain Point และข้อจำกัดในการทำงาน จนนำมาสู่การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การทำงานจริงได้ใน 4 ด้านสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ AI เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและแนวปฏิบัติในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น การช่วยประชาชนให้สามารถดำเนินกระบวนการทางศาลด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง การพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนให้บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมเข้าถึงข้อมูลการพิจารณาคดีได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ตลอดจนการใช้ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานที่มีความซ้ำซ้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในภาพรวม

สำหรับผลการแข่งขันนั้น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกโซลูชันที่มีศักยภาพสูงสุดในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย โดยทีมที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองได้แก่ ทีม Summit เจ้าของผลงานนวัตกรรมแพลตฟอร์ม AI สำหรับแปลงเอกสารคำพิพากษาให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล พร้อมความสามารถในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ค้นหา วิเคราะห์ และสรุปแนวคำพิพากษาของศาลซึ่งจะได้รับรางวัลสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร

ตามมาด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม AiChai กับผลงานระบบ AI ช่วยระบุความซับซ้อนของคดี เพื่อการจัดสรรคดีอย่างรวดเร็ว และเป็นมาตรฐาน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม Justice Shield กับผลงานระบบ AI Multi-Agent ที่ช่วยให้ตุลาการศาลปกครองค้นหาคำพิพากษาได้เร็วขึ้น และเป็นแหล่งอ้างอิงบรรทัดฐาน เอกสารคำพิพากษาเข้าระบบผ่าน OCR และ Dual-AI ตรวจสอบ 2 ชั้น ก่อนบันทึกเป็น Knowledge Base ที่เชื่อมโยงคำพิพากษาและบรรทัดฐานเข้าด้วยกัน

และ รางวัลพิเศษ 2 รางวัล ได้แก่ ทีม 2GFPM กับผลงาน แพลตฟอร์ม AI ที่ เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจรับคำฟ้อง/คำร้องของศาล (ในเฟสการยื่นคำฟ้อง/คำร้อง จนถึงการรับฟ้อง) โดยช่วยดึงข้อมูลจากเอกสาร จำแนกประเภทคดี และตรวจสอบความครบถ้วนของเนื้อหา เพื่อลดภาระงานเอกสารของเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม และทีม CAP กับผลงาน Chatbot เว็บแอปโซลูชั่นที่คอยช่วยประชาชนตอบคำถามและให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ตรวจสอบว่าหมายศาลหรือเอกสารที่ได้รับถูกปลอมแปลงหรือไม่ โดยรวมมูลค่ารางวัลสนับสนุนในโครงการนี้ทั้งสิ้น 200,000 บาท

ทั้งนี้ ทุกทีมผู้ชนะไม่เพียงแต่จะได้รับรางวัลเป็นเงินทุนเท่านั้น แต่ยังได้รับโอกาสสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรมไปต่อยอดเพื่อให้เกิดการใช้งานในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม และยังมีโอกาสต่อยอดสู่ระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมนำเสนอโซลูชันบนเวทีระดับประเทศและนานาชาติอย่าง Techsauce Global Summit 2026 และงาน AI Governance Week 2026

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...