โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เช็กด่วน คุณอยู่ในกลุ่ม 4F เสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดีหรือไม่

Thonburi Hospital

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • โรงพยาบาลธนบุรี

“ปวดท้องธรรมดา” อาจไม่ธรรมดาเสมอไป โดยเฉพาะอาการปวดแน่นใต้ชายโครงขวาหลังทานของมัน เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของ โรคนิ่วในถุงน้ำดี ที่หลายคนมองข้าม แต่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) คือ ภาวะที่เกิด “ก้อนนิ่ว” หรือผลึกแข็งจากคอเลสเตอรอลและสารอื่น ๆ ไปสะสมใน ถุงน้ำดี ซึ่งเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน

เมื่อเกิดนิ่ว ก้อนเหล่านี้อาจไปอุดตันทางเดินน้ำดี ทำให้เกิดอาการปวด อักเสบ และรบกวนระบบย่อยอาหารได้

สาเหตุของการเกิดนิ่ว

สาเหตุหลักมาจาก ความไม่สมดุลของสารเคมีในน้ำดี โดยเฉพาะ “คอเลสเตอรอล”
เมื่อมีมากเกินไป จะตกผลึกและรวมตัวกลายเป็นนิ่ว

ใครบ้างที่เสี่ยง? รู้จักกลุ่ม “4F”

หนึ่งในวิธีจำง่าย ๆ ของกลุ่มเสี่ยงคือ 4F ได้แก่

  • Female – ผู้หญิง (ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อคอเลสเตอรอลในน้ำดี)
  • Fat – ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • Forty – อายุ 40 ปีขึ้นไป
  • Fertile – เคยตั้งครรภ์หลายครั้ง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น

  • ลดน้ำหนักเร็วเกินไป
  • รับประทานอาหารไขมันสูง
  • มีประวัติครอบครัว
  • เป็นเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี

🔹 ระยะแรก (อาจยังไม่รู้ตัว)

  • บางราย ไม่มีอาการเลย

🔹 อาการเริ่มต้น

  • ปวดแน่นใต้ชายโครงขวา หรือใต้ลิ้นปี่
  • ปวดหลังทานอาหารมัน ๆ
  • ปวดร้าวไปไหล่ขวาหรือกลางหลัง
  • คลื่นไส้ อาเจียน

🔹 อาการรุนแรง (ภาวะแทรกซ้อน)

  • ไข้ หนาวสั่น (เสี่ยงถุงน้ำดีอักเสบ)
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ทางเดินน้ำดีอุดตัน)
  • ปวดท้องรุนแรงนานหลายชั่วโมง

หากปวดท้องร่วมกับไข้หรือมีดีซ่าน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
เพราะอาจเป็นภาวะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน (Acute Cholecystitis)

การวินิจฉัยโรค

แพทย์จะวินิจฉัยจากหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่

  • อัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Ultrasound) – วิธีหลัก เห็นนิ่วได้ชัด
  • CT Scan / MRI – ใช้ในกรณีซับซ้อน
  • ตรวจเลือด – ดูการอักเสบและการทำงานของตับ

วิธีการรักษา

1. ไม่ผ่าตัด (ในบางกรณี)

  • เหมาะกับนิ่วขนาดเล็ก และไม่มีอาการ
  • ปรับอาหาร ลดไขมัน
  • ใช้ยาละลายนิ่ว (ใช้เวลานาน และอาจกลับมาเป็นซ้ำ)

2. ผ่าตัด (วิธีมาตรฐาน)

✔️ ผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy)

  • แผลเล็ก เจ็บน้อย
  • ฟื้นตัวเร็ว (1–2 วัน)
  • ลดโอกาสติดเชื้อ

✔️ ผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery)

  • ใช้ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน

การดูแลตัวเอง & ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี

  • เลือกรับประทาน อาหารไขมันต่ำ
  • หลีกเลี่ยงการอดอาหาร หรือ ลดน้ำหนักเร็วเกินไป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

โรคเล็กที่ไม่ควรมองข้าม

โรคนิ่วในถุงน้ำดี อาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย
แต่หากปล่อยไว้จนเกิดการอักเสบหรืออุดตัน อาจลุกลามจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

👉 การสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ
คือกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...