โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสลับ “ลงทุนเป็น เห็นพอร์ตโต” เพราะยุคนี้แค่เก็บเงินสดไม่พอ

Thairath Money

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ถ้ายังคิดว่า “ไม่ลงทุน = ปลอดภัย” งานนี้อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะในโลกที่เงินเฟ้อกัดกินเงินในกระเป๋าทุกวัน แถม AI กำลังเร่งสปีดเข้ามาแย่งงานเร็วกว่าที่คิด การปล่อยเงินให้นอนนิ่ง จึงไม่ใช่เซฟโซนอีกต่อไป

เพื่อเป็นการติดอาวุธนักลงทุนและเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายนี้ ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดงาน “ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร ระยอง” เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศคึกคักที่เต็มไปด้วยนักลงทุนชาวระยองและจังหวัดใกล้เคียงที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างหนาแน่น

โดยเฉพาะไฮไลต์ประเดิมเวทีใน Session แรกอย่างหัวข้อ “ลงทุนเป็น เห็นพอร์ตโต” ที่อัดแน่นไปด้วยอินไซต์จาก 3 กูรูตัวจริงของวงการ ได้แก่

  • พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP® Chief Commercial Officer บล. อินโนเวสท์ เอกซ์
  • จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ เพจ น้าแดง x นักลงทุน, นักวิเคราะห์ใบอนุญาต เทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน
  • ชัชวนันท์ สันธิเดช นายกสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย, นักลงทุน นักเขียน และผู้ก่อตั้งเพจ Club VI

ซึ่งถ้าใครพลาดงานนี้ Thairath Money สรุปแก่นสำคัญไว้ที่นี่แล้ว

“การลงทุน” ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด”

หลายคนอาจคิดว่าการทำงานเก็บออมเงินสดไว้เฉยๆ คือความปลอดภัยที่สุด แต่บนเวทีนี้ กูรูทั้งสามประสานเสียงชัดเจนว่า การไม่ลงทุนเลยต่างหากคือความเสี่ยงที่สุด

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ชี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า การลงทุนคือวิธีในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว ผ่านกลไกที่เรียกว่า “พลังดอกเบี้ยทบต้น” หากเราทำผลตอบแทนได้ 7-8% ต่อปี ภายใน 10 ปี เงินที่เรามีจะโตเป็นสองเท่า

ในทางกลับกัน หากถือเงินสดไว้เฉยๆ อำนาจซื้อของเราจะถูก “เงินเฟ้อ” กัดกิน ยิ่งปีนี้สถานการณ์น้ำมันแพงอาจดันเงินเฟ้อพุ่งกลับไปแตะระดับ 4% การถือเงินสดจึงเท่ากับมูลค่าเงินลดลงทุกวัน

จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ ขยายภาพว่า ในยุคปัจจุบันเราไม่ได้สู้แค่กับเงินเฟ้อ แต่ความน่ากลัวคือเรากำลังถูก AI แย่งงาน ซึ่งจากเดิมมีการคาดการณ์ว่าภาคธุรกิจจะนำ AI มาใช้ราว 10% แต่ของจริงทะยานไปถึง 17% แล้ว

ส่งผลให้เกิดกระแส Early Retire และคนตกงานมากขึ้น การลงทุนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวย แต่เป็น “แหล่งรายได้จำเป็น” ที่ทุกคนต้องรีบสร้างเพื่อเป็นเบาะรองรับในวันที่อาชีพไม่มั่นคง

ด้าน ชัชวนันท์ สันธิเดช กล่าวว่า ให้มองเงินเป็นลูกน้องคนหนึ่ง ที่ต้องมีค่ากินค่าใช้ที่เราต้องจ่าย หรือก็คือเงินเฟ้อที่ทำให้มูลค่าลดลงทุกวัน ถ้าเราไม่ส่งลูกน้องไปทำงานหรือไม่เอาไปลงทุน ผลลัพธ์คือติดลบ จะลงทุนมากหรือน้อย ก็ต้องเริ่มใช้ให้เงินไปทำงาน

มองข้ามความผันผวนระยะสั้น สู่โอกาสระยะยาว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โลกตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันที่อาจทรงตัวระดับสูง และทิศทางดอกเบี้ยที่อาจไม่ลดลงตามคาดการณ์เดิม สิ่งเหล่านี้ทำให้ตลาดหุ้นผันผวน แล้วนักลงทุนควรทำอย่างไร

จรูญพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีทางเลือกในการลงทุนเยอะขึ้น นักลงทุนสามารถใช้เครื่องมืออย่าง DW หรือตลาด TFEX ที่สามารถทำกำไรในตลาดขาลงได้ แต่กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าลงทุนเกินความรู้ที่เรามี” ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ใดก็ตาม หรือแม้แต่การทำธุรกิจ หากไม่ทำการบ้าน และลงทุนเกินความรู้ บทสรุปคือเจ๊งทุกคน

ด้านพิชัย แนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Barbell เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน โดยแบ่งน้ำหนักไปที่ 2 ฝั่ง คือ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสงคราม และกลุ่มที่เสียประโยชน์แต่ราคาปรับฐานลงมาลึกเกินไป (Oversold) โดยมีกลุ่ม Defensive ที่มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจเป็นแกนกลางคอยประคองพอร์ต เช่น ธุรกิจที่สามารถผลักดันภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้

สำหรับคนที่มองว่ายุคนี้ลงทุนยาก ชัชวนันท์ ให้มุมมองแบบนักลงทุน VI ว่า เป็นเพราะเราไปโฟกัสแต่ “ข่าววันนี้” เพราะหากมองย้อนกลับไป 10-20 ปี จะเห็นได้ว่าโลกเราเจอวิกฤติที่หนักกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน

แต่สถิติผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีของตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น S&P500 (+235%), SENSEX อินเดีย (+215%), NIKKEI 225 ญี่ปุ่น (+115%) หรือแม้แต่ SET (+12%) ของไทยเราที่มองว่ายาก ก็พิสูจน์แล้วว่าการลงทุนระยะยาวยังไงก็ไม่ขาดทุน หากเราเลือกลงทุนในสิ่งที่ถูกต้องและมีวินัย

กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หัวใจสำคัญในการลงมือปฏิบัติจริงสำหรับนักลงทุนทุกระดับ คือการเริ่มต้นในการ “ตั้งเป้าหมายให้ชัด” เริ่มต้นจากการถามตัวเองว่าอยากมีชีวิตแบบไหนตอนเกษียณ รับความเสี่ยงได้แค่ไหน และมีกระแสเงินสดเพียงพอหรือไม่ เมื่อมี “ธง” ในใจที่ชัดเจน เราจะรู้ว่าต้องเลือกเครื่องมือไหนมาใช้ให้ตอบโจทย์

ทั้งนี้ ควรกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เน้นกิจการที่พื้นฐานดีและราคาต่ำกว่ามูลค่า และหากตลาดหุ้นไทยตอบโจทย์ไม่พอ การออกไปลงทุนต่างประเทศผ่าน DR หรือเริ่มจากกองทุน ETF ก็เป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายในปัจจุบัน ที่สำคัญคืออย่าให้น้ำหนักหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป

การลงทุนนั้น เปรียบเสมือนการสร้าง "เครื่องจักรผลิตเงิน" ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ “ดอกเบี้ยทบต้น” เราต้องสร้างเครื่องจักรนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง อย่าลอกพอร์ตหุ้นจากคนอื่น ต้องลงมือค้นคว้า คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งหมด ใครที่ลงมือทำก่อน ย่อมมีโอกาสรวยก่อนเสมอ

นี่คือบทสรุปจากเวที “ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร ระยอง” ที่สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะผันผวนแค่ไหน หรือเทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกไปอย่างไร ความรู้ทางการเงินและการลงทุนคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ใครที่อ่านจบแล้วรู้สึกอยากเติมความรู้ หาไอเดียการลงทุนแบบเจาะลึกแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ต้องเสียดาย เพราะงานดีๆ อย่าง "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร" บิ๊กอีเวนต์ที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งใจจัดขึ้นเพื่อเสิร์ฟความรู้ด้านการเงิน ความพิเศษยังไม่จบลงแค่นี้

ชาวภาคเหนือเตรียมปักหมุดรอไว้ได้เลย เพราะสถานีต่อไปจะยกขบวนความมั่งคั่งไปสัญจรกันที่จังหวัดเชียงใหม่ รับรองว่าเนื้อหา สาระ และอินไซต์จากเหล่ากูรูยังคงเข้มข้น จัดเต็ม และสนุกสนานเหมือนเดิมแน่นอน

ใครที่ไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ สามารถติดตามกำหนดการและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้เลยที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดรหัสลับ “ลงทุนเป็น เห็นพอร์ตโต” เพราะยุคนี้แค่เก็บเงินสดไม่พอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...