i-Store เตรียมขยาย 7 สาขาใหม่ ภูเก็ต-เชียงใหม่-พัทยา ดันรายได้ปี 69 โตพุ่ง 200%
i-Store รุกโมเดล Storage Management ผนึก Landlord ขยายพื้นที่ให้บริการแตะ 18,000 ตร.ม. ทั่วประเทศ ปรับสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนิติบุคคลเพิ่มเป็น 40% ชูจุดขาย Micro-fulfillment ใจกลางเมืองรับอีคอมเมิร์ซ เตรียมบุกหัวเมืองท่องเที่ยว ภูเก็ต-เชียงใหม่-พัทยา รองรับดีมานด์นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติระยะยาว
27 เมษายน 2569 บมจ.สตอเรจ เอเชีย (i-Store) ผู้ให้บริการห้องเก็บของส่วนตัว (Self Storage) ระดับพรีเมียม ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการเติบโตเชิงรุกผ่านกลยุทธ์ “Supply Drives Demand” โดยใช้การเพิ่มอุปทานพื้นที่จัดเก็บในทำเลศักยภาพเป็นตัวนำเพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาด พร้อมเร่งขยายสาขาผ่านโมเดล Storage Management ซึ่งเป็นการรับบริหารจัดการพื้นที่ให้กับเจ้าของที่ดิน (Landlord) หรือนักลงทุน เพื่อขยายเครือข่ายแบรนด์ให้ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
แผนงานในปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มขึ้นเป็น 18 แห่ง และมีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 18,000 ตารางเมตร หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตของพื้นที่ใช้สอยกว่า 91% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยบริษัทวางเป้าหมายรายได้รวมเติบโตขึ้น 200% จากการขยายตัวของฐานผู้ใช้บริการทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
“ตลาด Self Storage ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ชั้นใน ไปสู่ปริมณฑลและหัวเมืองท่องเที่ยว เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการจุดพักสินค้า (Micro-fulfillment) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองว่า Self Storage คือส่วนต่อขยายของพื้นที่อยู่อาศัยที่เล็กลงในปัจจุบัน”
ปรับโครงสร้างพอร์ตลูกค้าสู่ "รายได้ที่มั่นคง"
ในด้านการบริหารจัดการรายได้ i-Store วางกลยุทธ์ปรับสัดส่วนกลุ่มผู้ใช้บริการให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายสัดส่วนลูกค้าบุคคลทั่วไปที่ 60% และกลุ่มนิติบุคคลที่ 40% เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคง (Stable Revenue) ผ่านการนำเสนอโซลูชันพื้นที่จัดเก็บสินค้าสำหรับธุรกิจ SME และกลุ่มอีคอมเมิร์ซที่ต้องการพื้นที่กระจายสินค้าขนาดเล็ก (Micro-fulfillment) ในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้กับภาคธุรกิจ
นอกจากความเข้มแข็งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว บริษัทฯ ยังเตรียมขยายฐานการให้บริการสู่หัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง อาทิ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนภายในปี 2570 รวมถึงเชียงใหม่ พัทยา และหัวหิน เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาวและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expat) ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินส่วนตัวเพิ่มขึ้น
“โมเดล Storage Management จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายเครือข่ายภายใต้แบรนด์ i-Store ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ… เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ”
สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด ESG
เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ i-Store ได้บูรณาการแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) เข้าสู่กระบวนการดำเนินงาน โดยมุ่งสร้างความแตกต่างผ่านโครงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และการนำพลาสติกกลับมาแปรรูป (Upcycle) ซึ่งนอกจากจะเป็นการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์แล้ว ยังเป็นการสร้าง Ecosystem ของการจัดเก็บสิ่งของที่ยั่งยืน
ภาพรวมของอุตสาหกรรม Self Storage ในปี 2569 จึงเป็นจังหวะสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการให้บริการพื้นที่เพียงอย่างเดียว สู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานในการใช้ชีวิตยุคใหม่และหน่วยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจดิจิทัล ซึ่ง i-Store มั่นใจว่าการขยายพื้นที่บริการในเชิงรุกตามแผนงานจะสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและรักษาความเป็นผู้นำในตลาดระดับพรีเมียมได้อย่างต่อเนื่อง