โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ!! หักปมดราม่าพรรคประชาชน ปั่นกระแสสส.เสนอแก้กฎหมายไม่ผิด

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะพยายามโหมกระแสดราม่า ต่อสู้หาทางรอดในประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีที่แกนนำพรรคกว่า 10 ราย รวม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เสนอแก้ไขมาตรา 112 ว่า การเสนอร่างกฎหมายเป็นการกระทำที่ไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วอาจเป็นการ “พูดความจริงเพียงครึ่งเดียว”!! โดยจงใจพูดบริบทที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนเอง ทว่าบิดเบือนไปจากความจริงที่เป็นภาพรวมทั้งหมด

“ต้องยืนยันหลักการร่วมกันว่าการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องที่ สส. ไม่ว่าพรรคการเมืองใดหรือยุคสมัยใดควรที่จะกระทำได้ หากเสนอไปแล้วเนื้อหาสาระเป็นเนื้อหาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย สามารถใช้กระบวนการสภาในการพูดคุยถึงความเห็นที่แตกต่าง ใช้พื้นที่นอกสภาฯ พูดคุยถึงความเห็นที่แตกต่าง และท้ายที่สุดหากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ กฎหมายดังกล่าวก็จะตกไปตามกระบวนการ

หากมีใครโต้แย้งเกี่ยวกับเนื้อหาของกฎหมายว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีขั้นตอนกระบวนการในสภาที่สามารถยื่นเรื่องให้มีการตีความได้ การเสนอกฎหมายโดย สส. ไม่ควรจะนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง หากเรายอมรับในหลักการนี้สิ่งที่น่ากังวลว่าในวันข้างหน้าอนาคตของประเทศเรา เราจะมีสภาผู้แทนราษฎรแบบไหนที่ต้องมีความกังวลใจเรื่องการทำหน้าที่ในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาฯ” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุ

แต่กระนั้น หากย้อนกลับไปพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งยุบพรรคก้าวไกล ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล ที่ยึดตามข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จะพบความจริงที่ว่า เหตุใดการเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จึงนำไปสู่การพิจารณาความผิดฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงได้

“คดีนี้กับคดีตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 เป็นคดีรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันและมูลคดีเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญย่อมไต่สวนพยานหลักฐานในมาตรฐานเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญฟังข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้วในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ว่าพฤติการณ์ดังกล่าวของผู้ถูกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ บัญญัติว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมต้องผูกพันศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้ด้วย

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องที่เสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันมีเนื้อหาเป็นการลดทอนคุณค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ และใช้เป็นนโยบายพรรคในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยการใช้ประโยชน์จากสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อหวังผลคะแนนเสียงและชนะการเลือกตั้ง

เป็นการมุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะคู่ขัดแย้งกับประชาชน ผู้ถูกร้องมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์หรือทำให้อ่อนแอลง อันนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในที่สุด การกระทำของผู้ถูกร้องจึงเข้าลักษณะการกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกด้วย เมื่อพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย”

ดังนั้น แปลไทยเป็นไทยก็คือ โดยปกติแล้ว สส. มีอำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายทั่วไปหรือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ สส. ย่อมได้รับความคุ้มครองทางเอกสิทธิ์ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ

เว้นแต่การเสนอกฎหมายจะถูกวินิจฉัยว่าเป็นความผิด ทั้งฐานล้มล้างการปกครองและฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ก็ต่อเมื่อเข้าองค์ประกอบ "เจตนาและพฤติการณ์" คือมีเนื้อหาสาระที่มุ่งหมายลดทอนคุณค่า หรือสั่นคลอนสถานะของสถาบันหลักที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง

และมีการใช้นโยบายดังกล่าวไปหาเสียงในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมนอกสภาที่สอดรับกับเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ ดังนั้น สส. ยังคงมีสิทธิเสนอกฎหมายได้ทุกฉบับ ตราบเท่าที่เนื้อหานั้นไม่ขัดต่อหลักการพื้นฐานของระบอบการปกครอง

สิ่งที่ พริษฐ์ ไม่ได้พูดถึงคือในกรณีของอดีตพรรคก้าวไกล ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเสนอแก้ไข ม.112 ในบริบทขณะนั้น ไม่ใช่การแก้ไขกฎหมายตามปกติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่มีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลาย จึงนำไปสู่บทลงโทษเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงและการตัดสิทธิทางการเมืองในที่สุด

#พรรคประชาชน #มาตรา112 #ศาลรัฐธรรมนูญ #พริษฐ์วัชรสินธุ #ก้าวไกล #การเมืองไทย #ยุบพรรค #จริยธรรมสส"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...