อดีตผจก.ห้างดังแค้นถูกไล่ออก ‘แฮกระบบ’ โดนจับอ้างแค่กลั่นแกล้งไม่รู้จะเสียหาย 10 ล้าน
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รอง ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค รอง ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 และกลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท. บช.สอท.พร้อมหมายค้นศาลอาญา ที่ 230/2569 ตรวจค้นบ้านย่านบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เข้าจับกุมนายสมเจตน์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์กของห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1981/2569 พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 มีตัวแทนจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายหนึ่งในพื้นที่ย่านนนทบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ว่า มีคนร้ายได้ทำการแฮกข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของทางห้างจนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีอาการดำมืด ไม่สามารถใช้การได้ทั้งระบบ โดยมีตัวหนังสือขึ้นหน้าจอว่า "CIO Get Out" ซึ่งหมายถึง ผู้บริหารสูงสุดที่บริหารสายงานระบบข้อมูลออกไป
ภายหลังพบความผิดปกติของระบบ ฝ่ายเทคโนโลยีของทางห้างได้เข้าตรวจสอบระบบสารสนเทศ และระบบต่างๆ ภายในแต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งระบบที่ถูกทำลายเป็นระบบที่ใช้งานสำหรับให้พนักงานของห้างใช้ดำเนินงานทางธุรกิจ และให้บริการแก่พันธมิตรการค้า (Partกer) และผู้จัดส่งสินค้า (Supplier) และใช้งานประเภทอื่นๆ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสารสนเทศของทางห้างได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน Administrator เป็นรหัสผ่านใหม่ เพื่อป้องกันและครอบครองสิทธิสูงสุดในการดำเนินการแก้ไขระบบจนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนานกว่า 12 ชั่วโมง สร้างความเสียหายทางธุรกิจกับทางห้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
โดยชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 จึงทำการสืบสวนแกะรอย จนทราบตัวผู้ก่อเหตุที่ลงมือแฮกระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของห้างดังรายนี้คือ นายสมเจตน์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์กของห้างเดียวกันที่ผู้เสียหายแจ้งความ ซึ่งถูกทางบริษัทได้ให้ออกจากงานไปก่อนที่เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับและหมายค้นบ้านพัก ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายสมเจตน์ ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุแฮกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทางห้างจริง เนื่องจากไม่พอใจทางผู้บริหารจากปัญหาส่วนตัว โดยตั้งใจแค่กลั่นแกล้งเท่านั้นไม่คิดว่าจะเกิดผลกระทบจนเกิดความเสียหายสูงนับสิบล้านบาท
โดยตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน “เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และทำให้เสียหายทำลายแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ"