โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อภิสิทธิ์” ถล่มนโยบายรัฐบาล ไร้หัวใจประชาชน

INN News

อัพเดต 9 เมษายน 2569 เวลา 20.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"อภิสิทธิ์" ถล่มนโยบายรัฐบาล ไร้หัวใจประชาชน ซัดไม่แตะชายแดนใต้-เลี่ยงแลนด์บริดจ์ เตือนแรง หากเอื้อพวกพ้อง คนทั้งประเทศจะลุกบอก "พอแล้ว"

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายแสดงความเห็นต่อคำแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยตั้งคำถามถึง “ความหวังของประชาชน” และความชัดเจนของทิศทางประเทศ ว่า โดยหลักแล้วการแถลงนโยบายของรัฐบาลควรตอบโจทย์ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสะท้อนนโยบายที่หาเสียงไว้ให้ปรากฏในคำแถลง การสร้างความหวังและฉายภาพอนาคตประเทศ รวมถึงการเป็นกรอบให้รัฐสภาใช้ตรวจสอบรัฐบาลในระยะต่อไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หลายนโยบายที่เคยใช้หาเสียงกลับไม่ปรากฏในคำแถลง ขณะที่บางนโยบายสำคัญ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ กลับไม่ได้ชี้แจงต่อรัฐสภา ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และมีข้อถกเถียงเรื่องความคุ้มค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่กลับไปแถลงในระดับกระทรวงแทน

นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ว่าปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความรุนแรงต่อเนื่อง และเพิ่งเกิดเหตุสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกลอบยิง กลับถูกกล่าวถึงเพียงสั้น ๆ ในคำแถลงนโยบาย สะท้อนถึงการไม่ให้ความสำคัญต่อประเด็นความมั่นคงที่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประชาชน เพราะนโยบายที่เขียนไว้ เขียนอย่างไรก็ถูก เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครโต้แย้ง แต่ไม่มีรายละเอียด ไม่มีกรอบเวลา และไม่มีตัวชี้วัดที่จะตรวจสอบได้

นายอภิสิทธิ์ ยังแสดงความไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุผลได้ โดยมองว่านโยบายขาด “หัวใจของประชาชน” ไม่มีมิติของความรู้สึก ความเดือดร้อน และผลกระทบที่ประชาชนต้องเผชิญ รวมถึงยังมีข้อกังวลเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของนโยบาย ส่วนในประเด็นเศรษฐกิจและค่าครองชีพ นายอภิสิทธิ์ วิจารณ์การบริหารจัดการราคาน้ำมัน โดยระบุว่า รัฐบาลใช้งบจากกองทุนน้ำมันกว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับ ส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น และตั้งคำถามต่อคำกล่าวอ้างว่าประสบความสำเร็จในการบริหารสถานการณ์ พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนเสียงวิจารณ์จากสังคมต่อท่าทีของรัฐบาลที่มองว่าประชาชนเป็นผู้กักตุนน้ำมัน

โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง รวมถึงตั้งข้อสงสัยต่อการดำเนินการกับเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ที่ยังล่าช้า และอาจมีความเชื่อมโยงกับบุคคลในแวดวงอำนาจ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ของรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านพลังงาน โดยมองว่า การชี้แจงมักอยู่ในมุมของภาคธุรกิจ มากกว่าการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ขณะที่นโยบายด้านการเกษตรและแรงงานกลับขาดสาระสำคัญ เช่น การประกันรายได้เกษตรกร ค่าแรงขั้นต่ำ และระบบสวัสดิการ

นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการยึดหลักนิติธรรม โดยระบุว่า จะติดตามการดำเนินคดีสำคัญ เช่น คดีที่ดินเขากระโดง และคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงการจัดการกับคู่สัญญาของรัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ พร้อมกันนี้ ยังแสดงความกังวลต่อมาตรฐานคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี โดยอ้างถึงกรณีบุคคลที่เคยถูกกล่าวหาในคดีสำคัญ และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวอ้างถึงพระราชดำรัสในวันถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยเน้นย้ำว่าการบริหารประเทศต้องนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ความเข้มแข็งของประชาธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ

“รัฐบาลทุกชุดอาจมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ซึ่งเข้าใจกันได้ แต่สิ่งที่ให้อภัยไม่ได้ คือการแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวและพวกพ้อง และไม่เคารพกระบวนการกฎหมายและประชาธิปไตย”

ก่อนทิ้งท้ายเตือนว่า หากรัฐบาลมองประชาชนเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง และไม่ยึดมั่นในหลักการที่ให้ไว้ต่อประเทศ ในที่สุด “ประชาชนทั้งประเทศจะบอกว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...