โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นี่คือผลกระทบ 9 ข้อจากราคาน้ำมันทั่วโลกแพงขึ้น 50% จากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

The Better

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 00.12 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 09.00 น. • THE BETTER

ขณะนี้ราคาน้ำมันในบางประเทศของเอเชียปรับเพิ่มขึ้นด้วยอัตราตัวเลขสองหลักแล้ว เช่น เวียดนามปรับเพิ่มขึ้น 20% และศรีลังกาปรับเพิ่มขึ้น 25%

โดย ณ วันที่ 20 มีนาคม 2026 เวียดนามได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศอย่างมากถึงกว่า 20% เนื่องจากภาวะขาดแคลนที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันเบนซิน RON95-III ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประมาณ 30,690 ด่องต่อลิตร (38.29 บาท) และดีเซลเป็น 33,420 ด่องต่อลิตร (41.70 บาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบ รัฐบาลได้ลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% และดึงเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคามาใช้

และในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 23 มีนาคม ราคาน้ำมันในประเทศจีนจะมีการปรับขึ้นอีกครั้ง สื่อในจีนคาดว่าน้ำมันเบนซิน 95 ออกเทนจะกลับไปอยู่ที่ระดับ 9 (43 บาท)หยวน และการเติมน้ำมันเต็มถังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 50-100 หยวน (237 - 473 บาท)

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ในช่วงสามสัปดาห์ ณ วันที่ 20 มีนาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ราคาหุ้นได้พุ่งสูงขึ้นถึง 80% นับตั้งแต่ต้นปี

จากแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นอย่าวหลีกดกลี่ยงไม่ได้แม้แต่ในจีน ทำให้สื่อในจีนออกมารายงานเตือนสังคมถึงผลกระทบที่จะตามมาจากราคาน้ำมันแพง โดยสื่อจีนรายหนึ่งคือ 21世纪经济报道 ได้ระบุถึงผลกระทบ 9 ข้อที่จะติดตามดังนี้

  • คนขับรถจะรู้สึกถึงความลำบาก การเติมน้ำมันหนึ่งถังจะทำให้พวกเขาเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแปละกำลังซื้ออย่างอื่นลดลง
  • เมื่อค่าโดยสารรถแท็กซี่และบริการเรียกรถเพิ่มขึ้น ค่าธรรมเนียมน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับการจัดส่งด่วนและการส่งอาหารทำให้ค่าธรรมเนียมการจัดส่งสูงขึ้นและสินค้ามีราคาแพงขึ้น
  • ราคาสินค้าในตลาดสดและร้านอาหารเช้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ ทำให้ตะกร้าซื้อของชำหนักขึ้น
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในค่าโดยสารเครื่องบินทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก
  • วัตถุดิบสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอกและถุงพลาสติก มาจากปิโตรเลียม และราคาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  • วัตถุดิบสำหรับเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ เสื้อกันลม และกางเกงผ้าผืด พึ่งพาปิโตรเลียม ทำให้ราคาเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  • ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ราคาสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย เงินทุนหมุนเวียนลดลง
  • ตลาดการเงินมีความผันผวน ส่งผลให้หุ้นและกองทุนพลังงานมีความผันผวนมากขึ้น

สำนักข่าว 21世纪经济报道 ชี้ว่า "ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น—แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน คนที่ไม่ขับรถ? การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันไม่ได้หมายถึงแค่ค่าเติมน้ำมันที่แพงขึ้นเท่านั้น ค่าธรรมเนียมน้ำมันในค่าโดยสารเครื่องบินก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้นโดยตรง แม้แต่เสื้อกันฝนที่คุณสวมใส่ก็ยังมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ… คลื่นแห่งการขึ้นราคานี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมแล้ว โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเตือนว่า ต้นทุนการผลิตสินค้าต่างๆ เช่น เสื้อผ้ากันแดด เสื้อผ้าแห้งเร็ว และกางเกงโยคะ จะได้รับผลกระทบอย่างมาก"

โดยทีมข่าวต่างปรเะทศ The Better

Photo - คนขับรถบรรทุกน้ำมันกำลังเติมน้ำมันลงในถังของสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองเวลลิงตัน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...