โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแนวคิดบางจาก "น้ำมันครัว แลกน้ำมันรถ" ลดภาระช่วงน้ำมันแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บางจาก ต่อยอด “ทอดไม่ทิ้ง” เปิดโครงการใหม่ “น้ำมันครัว แลกน้ำมันรถ” เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้ว เป็นน้ำมันรถได้ ดูแลคนไทยช่วงราคาน้ำมันแพง ที่ปั๊มบางจาก 15 สาขาในกทม.-ปริมณฑล เริ่มแล้ววันนี้ ถึง 30 เมษายน 2569

เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF หนึ่งในพลังงานทางเลือกที่พัฒนาจากน้ำมันพืชใช้แล้ว สู่การเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน รับเทรนด์ความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่หลายอุตสาหกรรมหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น

และ “บางจาก” เป็นหนึ่งในองค์กรที่ผลักดันพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนา SAF ผ่านบริษัทย่อย “บีเอสจีเอฟ (ฺBSGF)” ซึ่งจัดตั้งเมื่อช่วงปี 2565 และเดินหน้ารับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงดังกล่าว ผ่านโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” ที่ปั๊มบางจากกว่า 270 แห่งทั่วไทย ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 20 บาท (ราคา ณ เดือนมีนาคม 2569)

ล่าสุด เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บางจาก เปิดโครงการใหม่ล่าสุด “Fry to Fly – 2 ลิตรแลก 1 ลิตร” รับกับสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังพุ่งสูงขึ้น โดยเปิดให้ประชาชนสามารถนำน้ำมันพืชใช้แล้ว แลกสิทธิเติมน้ำมันดีเซล และแก๊สโซฮอล์ สูตรธรรมดา

บางจาก อธิบายแนวคิดของโครงการนี้ว่า โครงการนี้มุ่งแบ่งเบาภาระผู้บริโภค โดยต่อยอดจากโครงการ Fry to Fly ที่รวบรวมน้ำมัน ปรุงอาหารใช้แล้วไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ให้เกิดประโยชน์ได้ใกล้ตัวมากขึ้น และโครงการนำร่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการของบางจากฯ เพื่อดูแลผู้บริโภคในช่วงวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

สำหรับการเติมน้ำมันในโครงการ “Fry to Fly – 2 ลิตรแลก 1 ลิตร” สามารถนำน้ำมันใช้แล้วจากครัวเรือนจำนวน 2 ลิตร มาแลกเติมน้ำมันดีเซล หรือแก๊สโซฮอล์ (เฉพาะเกรดธรรมดา ไม่รวมพรีเมี่ยม) จำนวน 1 ลิตรได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 6-30 เมษายน 2569

ทั้งนี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วไม่เกิน 20 ลิตรต่อ 1 ท่าน โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว 1 กิโลกรัม เทียบเท่า 1 ลิตร เพื่อความสะดวกในการอ้างอิง

ก่อนที่จะนำน้ำมันพืชใช้แล้ว แลกเป็นน้ำมันรถ มีขั้นตอนแนะนำดังนี้

1. รอให้น้ำมันพืชเย็น
2. กรองกากอาหารจากการทอดให้เหลือแต่น้ำมัน
3. นำน้ำมันบรรจุใส่ภาชนะสะอาด
4. นำน้ำมันที่บรรจุภาชนะไว้ มาขายที่ปั๊มบางจากหรือจุดรับซื้อที่ร่วมโครงการ

สำหรับปั๊มบางจากที่เข้าร่วมโครงการนี้ มีจำนวน 15 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีดังนี้

กรุงเทพมหานคร

1. บางจาก – ENCO
2. บางจาก – ศรีนครินทร์สมิติเวช
3. บางจาก – เจริญกรุงตัดใหม่
4. บางจาก – กาญจนาภิเษก (บางบอน)
5. บางจาก – จรัญสนิทวงศ์
6. บางจาก – สุขาภิบาล 1 (2)
7. บางจาก – สุขุมวิท 99
8. บางจาก – เอกมัย
9. บางจาก – เลียบวารี
10. บางจาก – วิภาวดีรังสิต

นนทบุรี

1. บางจาก – กาญจนาภิเษก กม.41
2. บางจาก – แจ้งวัฒนะ

ปทุมธานี

1. บางจาก – พหลโยธิน กม.38

สมุทรปราการ

1. บางจาก – สาขาเทพารักษ์ กม.9
2. บางจาก – ศรีนครินทร์

SAF พร้อมส่งมอบ ไตรมาส 2 นี้

ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากบางจาก ในการเริ่มทดสอบและเดินเครื่องหน่วยผลิต SAF แล้ว เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายส่งมอบผลิตภัณฑ์ภายในไตรมาส 2 ของปี 2569

ทั้งนี้ หน่วยผลิต Neat SAF 100% จากน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหารหน่วยแรกของประเทศไทย ในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการขนส่ง ภายใต้ระบบที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISCC (International Sustainability and Carbon Certification) โดยมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 1 ล้านลิตรต่อวัน

ใช้เทคโนโลยี HEFA (Hydroprocessed Esters and Fatty Acid) แปรรูปกรดไขมันหรือน้ำมันพืช เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ที่ผ่านการออกแบบและพัฒนาโดยความร่วมมือกับ 2 บริษัทชั้นนำของโลก คือ Desmet จากประเทศเบลเยี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการปรับสภาพวัตถุดิบ (Pretreatment) และ UOP Honeywell จากสหรัฐอเมริกา ผู้นำด้านเทคโนโลยีแปรสภาพไฮโดรโปรเซสซิ่ง (Hydroprocessing)

ทำให้กระบวนการผลิตสามารถควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบ การปรับสภาพน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว การเติมไฮโดรเจน การปรับโครงสร้างโมเลกุล ไปจนถึงการกลั่นแยก (Fractionation) เพื่อให้ได้เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพเทียบเท่าน้ำมันอากาศยานตามมาตรฐาน ASTM (American Society for Testing and Materials) โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ Neat SAF และผลิตภัณฑ์ร่วมเช่น Bio-LPG และ Bionaphtha

สำหรับการใช้ SAF ของภาคอุตสาหกรรมการบิน นั้น “ประชาชาติธุรกิจ” เคยรายงานไว้เมื่อปี 2566 ระบุข้อมูลว่า ตามแผนขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) มีเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593

ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มทยอยออกกฎหมายบังคับให้สายการบินต่าง ๆ ต้องใช้น้ำมันเครื่องบินที่มีส่วนผสมของ SAF นำโดย “สหภาพยุโรป” ใช้มาตรการบังคับให้ผสม SAF ลงไปในน้ำมันอากาศยานทั่วไปในสัดส่วนอย่างน้อย 2% ในปี 2568

และให้เพิ่มเป็น 5% ในปี 2573 จนถึงปี 2593 ที่ต้องผสมอยู่ที่ 70% ส่วนประเทศญี่ปุ่นก็ตั้งเป้าหมายให้เครื่องบินที่ใช้สนามบินญี่ปุ่นจะต้องมีสัดส่วนการใช้ SAF อยู่ที่ 10% ภายในปี 2573

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแนวคิดบางจาก “น้ำมันครัว แลกน้ำมันรถ” ลดภาระช่วงน้ำมันแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...