โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อภิชิต ห่วงเศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก แนะขึ้นราคาพลังงานขั้นบันได ทำแผนระดับด่วน-ยาว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อภิชิต ห่วงเศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก แนะขึ้นราคาพลังงานขั้นบันได ทำแผนระดับด่วน-ยาว

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ยังคงสะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งแนวโน้มยังทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล กับอิหร่านซึ่งส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะความกังวลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียต้องหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบ
ปิโตรเคมีในตลาดโลกมีความผันผวนสูง
การที่ไทยมีการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนที่สูงนั้น สร้างความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจนแตะระดับ 100 USD ต่อบาร์เรล โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่า ทุกการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ลดลงร้อยละ 0.02 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของระบบเศรษฐกิจไทยต่อราคาพลังงาน ขณะเดียวกันวัตถุดิบเริ่มเผชิญภาวะ Supply Shock และราคาปรับขึ้นต่อเนื่องจากไม่สามารถส่งออกสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

ปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดภาวะต้นทุนซ้อนต้นทุน หรือ Cost-on-Cost ซึ่งไม่เพียงแค่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ยังถูกซ้ำเติมจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นพร้อมกัน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในทุกห่วงโซ่อุปทานและยิ่งทำให้ภาคธุรกิจไทยเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ

หากสถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิตยังคงสูงต่อไปและยืดเยื้อ มันอาจทำให้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อชะงักงัน (Stagflation) ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตช้าหรือไม่เติบโตเลย ในขณะเดียวกันราคาสินค้าและบริการยังคงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเพิ่มต้นทุนการผลิตจากราคาพลังงาน ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ประชาชนยังคงประสบปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ภาวะนี้จะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างยากลำบาก

นายอภิชิต กล่าวว่า แนวทางรับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง จำเป็นต้องดำเนินการทั้งในมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะยาว ดังนี้

มาตรการระยะเร่งด่วน: เน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันที

1. การบริหารจัดการน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในภาคเกษตรกรรม ขนส่ง และอุตสาหกรรม ซึ่งหากขาดแคลนจะส่งผลกระทบต่อการผลิตและการกระจายสินค้า การจัดสรรน้ำมันที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาสมดุลของเศรษฐกิจ
2. มาตรการดูแลราคาพลังงานเพื่อลดภาระของประชาชนและภาคธุรกิจจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น คุณอภิชิตเสนอให้มีการปรับราคาเชื้อเพลิงแบบขั้นบันได โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลและ LPG รวมทั้งการตรึงค่าไฟฟ้า Ft ไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
3. การรณรงค์และส่งเสริมการประหยัดพลังงานเป็นมาตรการสำคัญในการลดผลกระทบจากความผันผวนด้านพลังงาน โดยควรผลักดันให้ทุกภาคส่วนใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานมาใช้ โดยภาครัฐควรมีมาตรการจูงใจที่ชัดเจน เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานและเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
4. ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น E20, B7 และเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้าง Ethanol Hub ในประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
5. มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
6. เร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลวัตถุดิบในประเทศและแหล่งวัตถุดิบทางเลือก โดยจัดทำเป็น Dashboard เพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการบริหารจัดการวัตถุดิบในประเทศและวัตถุดิบนำเข้า เพื่อแก้ปัญหา Supply Shock

มาตรการระยะยาว : เน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั้งระบบ

1. พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการ โดยการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เทคโนโลยี AI
2. ปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมการลงทุน การแข่งขัน และการเติบโตของธุรกิจ โดยการลดข้อจำกัดและเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในภาคต่างๆ
3. สนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจ SMEs โดยการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนทางการเงิน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การเข้าถึงตลาดใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตทางธุรกิจ
4. พัฒนากำลังคน ผ่านการเสริมทักษะให้กับแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้ง กลไกส่งเสริม Pay by Skill เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในตลาดงาน
5. ยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมพลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์, พลังงานลม, และพลังงานชีวมวล

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนถึงความท้าทายของเศรษฐกิจไทยที่ไม่เพียงแค่ปัจจัยภายนอก แต่ยังรวมถึงข้อจำกัดภายในประเทศ หากสามารถใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการปรับตัว ยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม และลดการพึ่งพาจากภายนอก พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางและก้าวสู่ฐานการผลิตที่มีมูลค่าสูงในเวทีโลกได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อภิชิต ห่วงเศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก แนะขึ้นราคาพลังงานขั้นบันได ทำแผนระดับด่วน-ยาว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...