โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 8 เมษายน 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 8 เมษายน 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 เม.ย. 69 8:20: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 112.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.5% ย่อตัวลงจากระดับสูงสุดระหว่างวันที่พุ่งขึ้นไปแตะที่ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 109.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 50 เซนต์ หรือ 0.5%

ราคาน้ำมันปิดผสมผสานในวันอังคาร (7 เม.ย.) เนื่องจากน้ำมันดิบเบรนท์ถูกกดดันจากความกังวลว่าราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะใกล้เส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

*** ผลสำรวจความเห็นผู้บริโภคเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กคาดว่า เงินเฟ้อระยะสั้นจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมี.ค. เนื่องจากผู้บริโภคคาดว่าราคาน้ำมันและอาหารจะเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

ผู้บริโภคสหรัฐฯ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้า จะอยู่ที่ 3.4% เพิ่มขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก.พ. ขณะที่มุมมองในช่วง 3 ปี อยู่ที่3.1%และ 5 ปี คงที่ที่ระดับ 3%

ขณะเดียวกัน ครัวเรือนสหรัฐฯ มีมุมมองเชิงลบต่อสถานะการเงินมากขึ้น โดยมีสัดส่วนผู้ที่รายงานว่า สถานะการเงินแย่ลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้น และคาดว่าสถานการณ์ทางการเงินจะย่ำแย่ลงต่อไปในปีข้างหน้า

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกปรับตัวขึ้นเช้านี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับแผนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงหลังข่าวดังกล่าว โดยร่วงกว่า 16% มาอยู่ที่ 94.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 5.99% ขณะที่ดัชนี Kosdaq ซึ่งเป็นหุ้นขนาดเล็ก พุ่งเกือบ 5%
  • ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.79% และดัชนี Topix ปรับขึ้น 1.69%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียพุ่งขึ้น 2.8%
  • ตลาดหุ้นฮ่องกงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังกลับมาเปิดทำการอีกครั้งภายหลังวันหยุด โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Hang Seng อยู่ที่ระดับ 25,233 จุด เทียบกับระดับปิดล่าสุดที่ 25,116.53 จุด

*** ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางเจรจายุติสงครามที่สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงสุด 3.1% เหนือ 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปรับขึ้น 1.2% ในช่วงก่อนหน้า

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเจรจาผ่านปากีสถาน โดยมีเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยโดยทันที ประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนเส้นตายในเวลา 20.00 น. ของวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 7.00 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย

ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า จะเปิดให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยต้องประสานงานกับกองกำลังติดอาวุธของอิหร่าน และคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง

*** กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตรียมปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน พร้อมเตือนว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะเปราะบางและขาดความพร้อมในการรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ โดยตัวเลขคาดการณ์ใหม่มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้าในการประชุมที่ IMF และธนาคารโลกเป็นเจ้าภาพร่วมกันที่กรุงวอชิงตัน

*** มูลค่าการซื้อขายรายวันของกองทุน State Street SPDR S&P 500 ETF Trust พุ่งทะลุ 60,000 ล้านดอลลาร์ถึง 29 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณความตื่นตระหนกของตลาด ขณะที่นักลงทุนซื้อขายหุ้นในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามในอิหร่านและท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

*** จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้งมติของสหประชาชาติเมื่อวันอังคาร เพื่อให้ประเทศต่างๆ ประสานความร่วมมือในการคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่ามติดังกล่าวเป็นการลำเอียงต่ออิหร่าน ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติเรียกร้องให้ประเทศที่มีความรับผิดชอบเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการดูแลความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งมีสมาชิก 15 ประเทศ ลงมติสนับสนุนร่างมติดังกล่าวที่บาห์เรนเป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนน 11 เสียง ขณะที่จีนและรัสเซียลงคะแนนคัดค้าน และมี 2 ประเทศงดออกเสียง

*** Amazon Web Services เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดตั้งทีมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลให้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในตะวันออกกลางยังคงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง หลังศูนย์ข้อมูลของ AWS ในบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้บริการจำนวนหลายสิบรายการที่พึ่งพาศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคดังกล่าวยังคงไม่สามารถใช้งานได้จนถึงขณะนี้

*** หุ้น Apple ร่วงลงประมาณ 2% ในวันอังคาร หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังเผชิญความท้าทายด้านวิศวกรรมในการพัฒนา iPhone แบบพับได้ที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด โดยแหล่งข่าวเปิดเผยกับ Nikkei Asia ว่า Apple และซัพพลายเชนกำลังทำงานภายใต้กรอบเวลาที่กดดัน โดยแนวทางแก้ไขในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับปัญหาทางวิศวกรรมทั้งหมดได้… และจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติม

*** อุตสาหกรรมการบินเผชิญความท้าทายรอบใหม่จากความเสี่ยงด้านปริมาณอุปทานน้ำมันที่อาจไม่เพียงพอ หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยราคาน้ำมันเครื่องบินในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 2.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในวันที่ 27 ก.พ. เป็น 4.88 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ณ วันที่ 2 เม.ย. โดยในบางภูมิภาคปรับตัวขึ้นรุนแรงยิ่งกว่า ขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยกำลังบีบคั้นอุปทานทั้งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์กลั่นอย่างน้ำมันเครื่องบิน ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สายการบินต้องพิจารณาปรับลดเที่ยวบิน โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศ

*** กระแสเรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีกลับมาอีกครั้ง หลังโดนัลด์ ทรัมป์แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน รวมถึงการขู่ทำลายอารยธรรมทั้งระบบ หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่ง ก่อนหน้านี้ในปี 2026 และในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของทรัมป์ ก็เคยมีความพยายามหยิบยกมาตราดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาในลักษณะคล้ายกัน แม้ท้ายที่สุดจะไม่ถูกนำมาใช้จริงก็ตาม

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...