โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สงกรานต์ 2569 เครียดวิกฤตน้ำมัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 09.10 น.

สงกรานต์ใกล้เข้ามา ขณะที่การสู้รบแถว ๆ ตะวันออกกลางยังฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมถอย

ราคาน้ำมันเลยขึ้น ๆ ลง ๆ หนักไปทางขึ้น ส่งผลต่อประเทศต่าง ๆ

โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเริ่มเจอปัญหาน้ำมันมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. และผ่านเดือน มี.ค.ทั้งเดือนมาด้วยอาการผวา ว่าจะมีน้ำมันใช้กันหรือไม่

ผลก็คือ น้ำมันยังมี แต่ราคาอาจจะเกินความคาดหมายไปสักหน่อย

จะไปไหนมาไหนต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะหากคิดไปเที่ยวสงกรานต์

ลองมาฟังผู้รู้วิเคราะห์ว่า สงกรานต์ปี 2569 จะมีภาพรวมเป็นอย่างไร

นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า บรรยากาศหยุดยาวสงกรานต์ ตั้งแต่ 11-15 เมษายน 2569 ถือเป็นปีแรกที่ประเมินแนวโน้มยากมาก

ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้มีคนบางกลุ่มตัดสินใจไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา เม็ดเงินที่จะกระจายไปต่างจังหวัดก็จะลดลง และแม้คนจะอยู่กรุงเทพฯ กันเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกเดินทางเที่ยวในช่วงสงกรานต์ เพราะข้าวของราคาแพงขึ้น อาจตัดสินใจอยู่พักผ่อนที่บ้าน เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าแทน

ที่น่าสนใจคือ แผนการจัดงานสงกรานต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เตรียมจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 อย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ นำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ไทยผ่านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

น่าจะช่วยกระตุ้นให้คนอยากออกไปเที่ยวสงกรานต์กันมากขึ้น เพราะเป็นงานใหญ่ 1 ปีมีเพียง 1 ครั้ง และจัดขึ้นในกรุงเทพฯ

สถานการณ์ในตอนนี้หากไม่จำเป็นคนส่วนใหญ่คงเลือกไม่เดินทางไกลมากนัก

ทำให้เศรษฐกิจในต่างจังหวัดดูน่าเป็นกังวลมากขึ้น เพราะหากคนไม่กลับบ้านจะไม่เกิดการใช้จ่ายอย่างที่ควร

ประเมินความพร้อมงานสงกรานต์ในจังหวัดต่าง ๆ เห็นต่างจังหวัดพยายามจัดงานตามปกติ โดยเฉพาะจังหวัดหลัก ๆ ที่คนนิยมไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ที่ประกาศจัดงานยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีก่อนหน้า

ในภาวะที่น้ำมันแพงคนขับรถยนต์เที่ยวระยะไกลลดลงแน่นอน รวมถึงคนจะเดินทางด้วยเครื่องบินเพื่อไปเที่ยวสงกรานต์โดยเฉพาะก็คงไม่มี เพราะตั๋วบินในประเทศช่วงหน้าเทศกาลปกติมีราคาแพงอยู่แล้ว มาเจอต้นทุนน้ำมันแพงอีกน่าจะกระทบกับราคามากกว่า

ส่วนรถยนต์เดินทางในระยะใกล้ ๆ น่าจะยังมีเยอะอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือเติมน้ำมันเบนซินเป็นหลัก ส่วนรถยนต์ที่ใช้ดีเซลคงเลี่ยงผลกระทบผ่านการไม่ออกเดินทางดีกว่า ซึ่งการใช้รถไฟฟ้าก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องจุดชาร์จไฟฟ้าอยู่ เพราะแต่ละปั๊มอาจมีไม่เพียงพอ จึงต้องวางแผนการเดินทางให้ดี พลังงานทางเลือกอย่างรถไฟฟ้าถือว่าได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ก็มีความน่ากังวลเช่นกัน

เมื่อมีรัฐบาลเต็มอำนาจแล้ว อยากให้พิจารณาแคมเปญออกมาช่วยสนับสนุนการใช้จ่าย และการท่องเที่ยวอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะคนละครึ่งพลัส รวมถึงเที่ยวไทยคนละครึ่ง และเที่ยวผ่านทัวร์ เพื่อให้ประโยชน์กระจายไปยังผู้ประกอบการ ทั้งพนักงานขับรถ ไกด์นำเที่ยว ชุมชนต่าง ๆ ได้เม็ดเงินหมุนเวียนใช้จ่ายมากขึ้น

เพราะหากเที่ยวผ่านทัวร์จะมีการกำหนดแพ็กเกจทัวร์ลงไปยังชุมชนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่อยู่แล้ว จึงอยากให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการ รวมถึงออกมาสร้างความเชื่อมั่นว่าน้ำมันมีเพียงพอใช้เดินทางแน่นอน และต้องไม่ปล่อยให้ราคาขึ้นมากไปกว่านี้ เนื่องจากราคาสินค้าปรับราคาขึ้นตามการผลิตแบบหลายชนิดมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากจริงๆ

“ต้นทุนพลังงานแพงขึ้นจริง และสินค้าอื่น ๆ ก็เริ่มปรับขึ้นตามมาแล้ว

แม้กระนั้นการท่องเที่ยวต้องเดินหน้าต่อไป เหมือนช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ เราพยายามสนับสนุนให้มาเที่ยวกันเองในประเทศไทยเป็นหลัก เพื่อช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ หากปล่อยให้การท่องเที่ยวหยุดนิ่ง ทุกอย่างจะชะงักงันไปหมด แน่นอนว่าหากเกิดภาวะเช่นนั้นขึ้นต้องเตรียมตัวเจอวิกฤตอย่างแท้จริงที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

การเมืองไทยจะมีไฮไลต์วันที่ 9-10 เม.ย. รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้วจะเริ่มลุยงาน

รัฐบาลคงไม่ยอมปล่อยให้เทศกาลสงกรานต์หงอยเหงาไปง่าย ๆ

คนไทยเองก็ผูกพันกับเทศกาลสาดน้ำ ดังนั้นตามแหล่งเที่ยวสำคัญ ๆ โดยเฉพาะใน กทม. น่าจะยังชุ่มฉ่ำ

ส่วนในต่างจังหวัดปีนี้ต้องลุ้นกันมากเป็นพิเศษ

เสร็จจากสงกรานต์ค่อยกลับมาเครียดกับ “วิกฤตน้ำมัน” กันใหม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงกรานต์ 2569 เครียดวิกฤตน้ำมัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...