โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HPE เปิดรายงาน In the Wild ชี้ภัยไซเบอร์ปัจจุบัน งัดกันที่ระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

HPE เผยรายงาน "In the Wild" ชี้ภัยไซเบอร์ปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ฝีมือรายบุคคล แต่สู้กันด้วย กำลังการผลิต ของระบบอัตโนมัติ เมื่อภาครัฐและสถาบันการเงินกลายเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ องค์กรทั่วโลกจึงจำเป็นต้องยกระดับความปลอดภัยสู่เชิงรุกด้วย AI และความร่วมมือในระดับเครือข่าย เพื่อรับมือกับสงครามข้อมูลที่ไม่มีวันจบสิ้น

วันที่ 8 เมษายน 2569 – Hewlett Packard Enterprise (HPE) เปิดตัวรายงานวิเคราะห์ภัยคุกคามไซเบอร์ฉบับปฐมฤกษ์ในชื่อ“In the Wild” ซึ่งถือเป็นการตีแผ่พลวัตของการจู่โจมบนโลกไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและมีระบบระเบียบมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลดังกล่าวรวบรวมจากการวิเคราะห์สถานการณ์จริงกว่า 1,186 กรณีตลอดปี 2568 สะท้อนภาพจำลองของภัยคุกคามที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่รูปแบบการดำเนินงานเยี่ยงองค์กรธุรกิจข้ามชาติที่มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ชัดเจน

รายงานระบุว่า ผู้โจมตีในปัจจุบัน-ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐ (State-sponsored actors) หรือเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์—ได้ปรับรูปแบบการทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพ (Professionalization) โดยใช้ระบบอัตโนมัติในการขยายขอบเขตการโจมตี (Scalability) และมุ่งเป้าไปยังจุดเปราะบางของแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

มูเนียร์ ฮาฮัด หัวหน้าฝ่ายงาน HPE Threat Labs ให้ทัศนะเชิงลึกว่า "รายงาน In the Wild คือกระจกสะท้อนความเป็นจริงที่องค์กรต้องเผชิญ ข้อมูลของเราไม่ได้มาจากการจำลองในห้องปฏิบัติการ แต่มาจากสมรภูมิความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเผยให้เห็นว่าพฤติกรรมของผู้โจมตีมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ (Systematic) ในโลกที่ภัยคุกคามมีความต่อเนื่องเช่นนี้ การมีระบบป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีศักยภาพในการตอบสนองที่รวดเร็วและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Business Resilience) ที่พร้อมรับมือกับทุกความผันผวน"

จากการศึกษาพบว่า องค์กรภาครัฐ ตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งด้วยจำนวนเหตุการณ์สูงถึง 274 กรณี ครอบคลุมตั้งแต่หน่วยงานส่วนกลางไปจนถึงระดับท้องถิ่น ขณะที่ ภาคการเงิน (211 กรณี) และ ภาคเทคโนโลยี (179 กรณี) ตามมาเป็นลำดับถัดไป การมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานเหล่านี้สะท้อนถึงเจตจำนงเชิงกลยุทธ์ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลที่มีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจสูง และสร้างความสั่นคลอนต่อเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ (Critical Infrastructure)

สถิติที่น่าสนใจในรอบปีที่ผ่านมา พบการสร้างโดเมนอันตรายกว่า 147,000 แห่ง และมัลแวร์สายพันธุ์ใหม่เกือบ 58,000 ไฟล์ โดยอาศัยช่องโหว่ของระบบที่ถูกค้นพบแล้วกว่า 549 จุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้ระบบป้องกันจะพยายามปิดรอยรั่วเพียงใด แต่ด้วยโมเดลการโจมตีแบบ "สายการผลิต" ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและคาดเดาได้ยากขึ้น

Deepfake และ AI

อาวุธใหม่ในการทำลายความเชื่อมั่นทางดิจิทัล

นวัตกรรมเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างแยบยลในฝั่งของผู้โจมตี โดยเฉพาะการนำ Generative AI มาสร้าง Deepfake ทั้งในรูปแบบเสียงและวิดีโอ เพื่อกระทำการวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ในระดับสูง เช่น การปลอมแปลงเป็นผู้บริหารระดับสูงเพื่อสั่งการธุรกรรมทางการเงิน นอกจากนี้ กลุ่มเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ยังได้ยกระดับการศึกษาช่องโหว่ในระบบ VPN อย่างเข้มข้น เพื่อเจาะเข้าสู่หัวใจสำคัญของระบบเครือข่ายองค์กรในความเร็วที่เหนือกว่าการตอบสนองแบบดั้งเดิม

ดังนั้นเพื่อให้เท่าทันต่อภัยคุกคามระดับอุตสาหกรรม HPE ได้เสนอแนวทางปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ (Strategic Recommendations) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางไซเบอร์ ดังนี้

  • การบูรณาการข้อมูลภัยคุกคาม (Threat Intelligence Sharing): ขจัดปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน (Siloed approach) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแชร์ข้อมูลร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม
  • สถาปัตยกรรม Zero Trust: ยึดถือหลักการ "ไม่ไว้วางใจ และตรวจสอบเสมอ" โดยใช้แนวทาง ZTNA เพื่อควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวดในทุกระดับ
  • การประยุกต์ใช้ SASE (Secure Access Service Edge): รวมศูนย์ระบบเครือข่ายและความปลอดภัยเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับสัญญาณการบุกรุกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • การขยายขอบเขตการคุ้มครอง: ครอบคลุมไปถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และสภาพแวดล้อมการทำงานจากระยะไกล ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางใหม่ในยุคปัจจุบัน

ด้วยการผนึกกำลังระหว่าง HPE และ Juniper Networks ทำให้ HPE Threat Labs กลายเป็นศูนย์กลางด้านความปลอดภัยที่มีฐานข้อมูลกว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เดวิด ฮิวจ์ส รองประธานอาวุโสของ HPE กล่าวสรุปว่า"เป้าหมายของ HPE Threat Labs คือการเชื่อมโยงงานวิจัยเชิงวิชาการเข้ากับการประยุกต์ใช้ในโลกธุรกิจจริง ในวันที่ผู้โจมตีทำงานเยี่ยงองค์กรระดับโลก การป้องกันของเราต้องใช้กลยุทธ์ที่เฉียบคมและการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อปกป้องกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...