โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ธรรมนัส” จี้ รัฐบาล สต๊อกน้ำมัน รับมือวิกฤตสงครามยืดเยื้อ

PostToday

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 20.59 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 03.54 น.

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำงานในสภาฯ โดยเฉพาะประเด็นวิกฤตพลังงาน หลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมเสนอญัตติด่วนเพื่อหารือทางออกปัญหาขาดแคลนน้ำมัน

ชี้! รัฐเดินหมากผิดแก้ปัญหาเพียงปลายเหตุ

ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ปัญหาน้ำมันเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อภาคการเกษตรอย่างหนัก จนเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มรวมตัวประท้วง ซึ่งตนมองว่าการแก้ปัญหาในปัจจุบันยังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะการใช้วิธีพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งสถานะเงินกองทุนน้ำมันในขณะนี้ติดลบและไม่สามารถฝืนกลไกตลาดได้นาน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ไม่มีความแน่นอน

"หากประเทศที่รู้วิธีการแก้ปัญหา โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าจะเกิดสงคราม รัฐต้องรีบสต็อกน้ำมันเพื่อให้โรงกลั่นนำไปแปรรูป แต่ตอนนี้เราเลือกใช้วิธีพยุงราคา ซึ่งทำได้ไม่นานและเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง" ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ย้ำบทบาท 58 สส. กล้าธรรม ต้องเป็นปากเสียงให้ฐานราก

ในฐานะสส. บัญชีรายชื่อ ร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำหน้าที่ในสภาฯ เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและคนทำงาน ซึ่งปัจจุบันพรรคมี สส. จำนวน 58 คน หรือคิดเป็น 12% ของสภาฯ

นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ สส. สมัยแรกของพรรค เร่งสร้างบทบาทและใช้กลไกสภาฯ ในการอภิปรายสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยทางพรรคมีทีมสนับสนุนข้อมูล (Backup) เพื่อเตรียมเนื้อหาในการอภิปรายรับมือกับวิกฤตพลังงานที่คาดว่าจะลากยาวเกินกว่า 1-2 เดือนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...